คำนำ
แหล่งท่องเที่ยวรอบเมืองของแต่ละพื้นที่บางแห่ง อยู่ไกลจนเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะได้ยาก
นอกจากนี้ หากไม่ได้เดินทางคนเดียว แต่เป็นทริปที่ไปกับ ครอบครัวผู้สูงอายุ เช่น พ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย การต้องปรับตามเวลารถไฟหรือรถบัสอาจทำได้ไม่ง่าย
ในกรณีเช่นนี้ การเช่ารถก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ได้ 🚗
- ค่าเช่ารถโดยประมาณ 6,000–10,000 เยน/วัน
- เมื่อเทียบกับกรณีที่ หลายคนซื้อพาสเดินทาง ก็ไม่ได้ต่างกันมาก
- สามารถปรับเวลาและเส้นทางได้อิสระ ทำให้จัดตารางเที่ยวได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น พวงมาลัยอยู่ด้านขวาและขับชิดซ้าย จึงต้องระมัดระวัง
ช่วงประมาณ 1 ชั่วโมงแรกอาจรู้สึกไม่คุ้นมือ แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งก็ปรับตัวได้ และหากทำความเข้าใจเนื้อหาด้านล่างจะช่วยให้ขับได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ทำไมญี่ปุ่นถึงพวงมาลัยขวา?
- ในสมัยเอโดะ คนหรือรถม้ามัก สัญจรชิดซ้ายของถนนเป็นเรื่องปกติ หนึ่งในเหตุผลคือ ซามูไรส่วนใหญ่ถนัดขวาและ พกดาบไว้ที่เอวซ้าย
เมื่อต้องเดินสวนกัน การเดินชิดซ้ายจึงปลอดภัยกว่าเพื่อไม่ให้ฝักดาบชนกัน - ต่อมาเมื่อญี่ปุ่นสร้างทางรถไฟครั้งแรกในปี 1872 ได้ นำเทคโนโลยีจากอังกฤษมาใช้ จึงใช้ระบบชิดซ้าย เมื่อรถยนต์เริ่มแพร่หลายจึงทำให้ ทิศทางการเดินรถบนถนนยึดชิดซ้ายตามมาโดยธรรมชาติ
ของที่ต้องเตรียมให้ครบเมื่อเช่ารถในญี่ปุ่น
ในญี่ปุ่น ไม่สามารถเช่ารถได้ด้วยใบขับขี่ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ต้องมีทั้ง ใบขับขี่ตัวจริงของประเทศตนเอง และ ใบขับขี่สากล ครบถ้วน
ใบขับขี่สากลมีอายุ 1 ปี และควรออกให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
เอกสารที่ต้องพกเมื่อเช่ารถ
- พาสปอร์ต
- ใบขับขี่สากล
- ใบขับขี่ตัวจริงของประเทศตนเอง
- บัตรยืนยันการจองรถเช่า (Voucher)
- บัตรเครดิต (สำหรับชำระเงินประกัน/มัดจำ)
- ต้องเป็น บัตรชื่อตรงกับผู้ขับ และชื่อภาษาอังกฤษต้องตรงกับพาสปอร์ต
- ไม่รับบัตรเดบิต
- เงินมัดจำโดยทั่วไป คืนภายใน 30–90 วัน
หากต้องการ เช่ามอเตอร์ไซค์ (รถสองล้อ) ในญี่ปุ่น ใบขับขี่สากลต้องมีตัวอักษร A ระบุไว้
จุดเช็กสำคัญก่อนจองรถเช่า ไม่ให้พลาด
- กรอกวัน-เวลารับรถและคืนรถ แล้วค้นหา
- บางบริษัทสามารถตั้งค่าจุดรับและจุดคืนรถให้ต่างกันได้
- แต่หากคืนคนละสาขา อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- ต้องตรวจสอบตำแหน่งจุดรับรถ (สาขา/ออฟฟิศ) ให้แน่ชัด
- จองเร็วราคาถูกกว่า — โครงสร้างเหมือนตั๋วเครื่องบินและที่พัก

-
เลือกประเภทรถ
- เลือกขนาดรถตามจำนวนคนและปริมาณสัมภาระ
- ผู้ให้เช่าส่วนใหญ่มักระบุว่าเป็น รถระดับเดียวกัน (ไม่ระบุรุ่นแน่นอน)
-
ต้องตรวจสอบ เงื่อนไขสัญญา ให้ครบถ้วนและไม่ตกหล่น
-
ประกัน แนะนำให้เลือกแบบ คุ้มครองเต็ม (Full Coverage) หากเป็นไปได้
-
องค์ประกอบของประกัน
- ประกันบุคคลภายนอก (บาดเจ็บ): ความเสียหายต่อร่างกายของคู่กรณี
- ประกันทรัพย์สินภายนอก: ความเสียหายต่อรถ/ทรัพย์สินของคู่กรณี
- ประกันผู้ขับ (บาดเจ็บ): ประกันร่างกายของผู้ขับเอง
- ประกันตัวรถ (รถเช่า): ประกันความเสียหายของรถเช่าที่ขับอยู่
- CDW(Collision Damage Waiver): ค่าเสียหายส่วนแรกเป็น 0 เยนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- NOC(Non Operation Charge): ยกเว้นค่าเสียหายกรณีรถใช้การไม่ได้หลังอุบัติเหตุ (ค่าเสียโอกาส/ค่าพักรถ) ที่ต้องจ่ายให้บริษัท
- บางบริษัทอาจเก็บค่า NOC แบบ ชำระหน้างาน แยกต่างหาก
- JAF(Japan Automobile Federation): บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น ลากรถ/ช่วยเมื่อรถเสีย
-
บัตร ETC (Electronic Toll Collection)
- ใช้ช่องทางด่วนบนทางหลวงญี่ปุ่นได้ (คล้ายระบบไฮพาส)
- เช่าเพิ่มแบบมีค่าใช้จ่าย และเป็น ระบบคิดเงินภายหลัง
- รายละเอียดดูได้ในหัวข้อ ขับทางด่วน
-
ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่สามารถเช่ารถได้
-
หากประสบการณ์ขับรถ น้อยกว่า 1–2 ปี อาจถูกจำกัดการเช่า (ขึ้นกับบริษัท)
-
รถขนาด 9 ที่นั่งขึ้นไป ต้องมี ใบอนุญาตขับรถประเภทที่ 1 แบบขนาดใหญ่ (Class 1 Large License)
-
เมื่อ เพิ่มผู้ขับ
- ผู้ขับเพิ่มเติมต้องมีเอกสารเหมือนกัน เช่น พาสปอร์ต ใบขับขี่ ฯลฯ
- อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม
- ก่อนจองต้องตรวจสอบนโยบายเปลี่ยนแปลงและยกเลิกให้ชัดเจน
ระวังการทำผิดกฎจราจรในญี่ปุ่น
รายการ การทำผิดกฎจราจร ในญี่ปุ่นมีดังนี้ และ ส่วนใหญ่จะถูกตัดแต้มและปรับเงินทันที จึงควรทำความเข้าใจให้ดี
-
ใช้/จับโทรศัพท์ระหว่างขับ
- ทั้งการถือหรือแตะโทรศัพท์ถือว่าผิด
- ระหว่างขับห้ามถือโทรศัพท์เด็ดขาด

-
ฝ่าไฟแดง (เข้าแยกตอนสัญญาณแดง)
-
ย้อนศรในทางเดินรถทางเดียว
-
ข้ามเส้นหยุด/ไม่หยุดชั่วคราว
- ป้าย とまれ(โทมาเระ) หมายถึง “หยุด” ต้อง หยุดอย่างน้อย 3 วินาทีแล้วมองซ้าย-ขวา
- โดยเฉพาะ ทางข้ามรางรถไฟ ต้องหยุดเสมอ

โทมาเระ (หยุด!) -
ขับแช่เลนแซงบนทางด่วนเป็นประจำ
-
เข้าเลนรถบัสโดยไม่อนุญาต
-
เว้นระยะห่างไม่พอ
-
บีบแตรโดยไม่จำเป็น
- โดยทั่วไปแม้ไฟเขียวแล้ว รถคันหลังมักไม่บีบแตร
- หลีกเลี่ยงการบีบแตรเกินจำเป็น
-
ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง
- ญี่ปุ่นก็ บังคับทุกที่นั่ง
-
เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่ใช้คาร์ซีท
-
เปลี่ยนเลนบนเส้นทึบ (โดยเฉพาะหน้าไฟแดง)
-
กีดขวางรถฉุกเฉิน
-
จอด/หยุดในเขตห้ามจอด
-
ไม่เปิดไฟเลี้ยว
-
นั่งเกินจำนวนที่กำหนด
-
ขับเร็วเกินกำหนด
- หากเกินความเร็วที่กำหนด 30 กม./ชม. ขึ้นไป อาจมีโทษทางอาญา
- ในเมือง: 30–50 กม./ชม.
- นอกเมือง: ~60 กม./ชม.
- ทางด่วน: 100 กม./ชม. (โอกินาวะ 80 กม./ชม.)
- ต้องสังเกตป้ายจำกัดความเร็วเสมอ
-
เมาแล้วขับ
- ผู้โดยสารร่วมรถก็ อาจเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญา เช่นกัน
-
ขับกลางคืนไม่เปิดไฟหน้า
-
วันฝนตกทำให้น้ำกระเด็นใส่ผู้อื่นจนเกิดความเสียหาย
-
ไม่เตรียมรับมือถนนลื่นช่วงฤดูหนาว
- ต้องใช้ยางสตัดเลสหรือโซ่
- โดยเฉพาะเมื่อขับในพื้นที่หิมะ/น้ำแข็ง เช่น ฮอกไกโด ต้องระวังเป็นพิเศษ
กฎสำคัญเพื่อขับรถในญี่ปุ่นอย่างปลอดภัย
1) การข้ามเส้นกลางถนนเพื่อเลี้ยว (รถตัดเลน)

- ในญี่ปุ่น อนุญาตให้ “ตัดข้ามเลน/ข้ามเส้นกลางถนน” เพื่อเลี้ยว ได้
- ไม่ว่าจะเส้นทึบหรือเส้นประ สามารถเลี้ยวขวาแบบไม่คุ้มครอง ได้ หากไม่มีสัญญาณหรือป้ายกำกับเฉพาะ สามารถเลี้ยวขวาระหว่างทางตรงได้
- อาจมีรถที่ หยุดกลางถนนกะทันหัน จึงต้องเว้น ระยะห่าง ให้เพียงพอเสมอ
- หากมีป้าย ห้ามตัดเลน/ห้ามข้ามกลางถนน จะทำไม่ได้
- บางครั้งมีข้อความเช่น ‘ここから 50m’ หมายถึง “ตั้งแต่ตรงนี้ไป 50 เมตร”

2) ไฟแดงและไฟเขียว
- ไฟแดงต้องหยุดเสมอ
- หาก สัญญาณไฟกรอบเหลืองแบบสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นสีแดง ต้องหยุด

- ห้ามเลี้ยวซ้ายเมื่อเป็นไฟแดง

- ไฟเขียวสามารถตรง/เลี้ยวซ้าย-ขวา/กลับรถได้ทั้งหมด (ไม่คุ้มครอง)
- แต่ทำได้เฉพาะเมื่อไม่มี ป้ายห้ามกลับรถ


3) เลี้ยวซ้าย
- หากไฟทางม้าลายเป็นสีเขียว ให้คนเดินเท้ามีสิทธิ์ก่อน — ต้องหยุดให้ทาง

4) เลี้ยวขวา
- เลี้ยวขวาแบบไม่คุ้มครอง รถทางตรงมีสิทธิ์ก่อน
- สามารถค่อย ๆ เข้าถึงกลางแยกเพื่อรอได้
- บางแยกไม่มีเส้นช่วยเลี้ยวขวา

- หากออกไปถึงเส้นช่วยแล้ว แม้ไฟจะเปลี่ยนเป็นแดงก็ยังเลี้ยวขวาได้
- หากยังไม่เข้าไปถึงเส้นช่วย ห้ามเข้าแยกตอนไฟแดง

5) ไฟสัญญาณเสริม
- แม้สัญญาณหลักจะเป็นไฟแดง แต่สามารถวิ่งตามทิศทางที่ไฟเสริมอนุญาตได้

- เมื่อไฟเสริมติด ให้ตรวจรถทางตรงแล้วจึงค่อยเข้าแยกได้

6) เส้นแบ่งเลนสำหรับการแซง
- เส้นทึบสีส้ม: ห้ามแซง แต่ตัดเลน/ข้ามกลางถนนเพื่อเลี้ยวได้

- เส้นทึบสีขาว: ห้ามแซง แต่ตัดเลน/ข้ามกลางถนนเพื่อเลี้ยวได้

- เส้นประสีขาว: แซงได้
- หากมีป้ายห้ามแซง จะห้าม

- เส้นผสมสองเส้น
- เส้นทึบสีส้ม + เส้นทึบสีขาว: ห้ามแซงทั้งสองทิศทาง
- เส้นทึบสีส้ม + เส้นประสีขาว: แซงได้เฉพาะฝั่งเส้นประ
- เส้นทึบสีขาว + เส้นประสีขาว: แซงได้เฉพาะฝั่งเส้นประ

7) ทางด่วน
- เลนขวาสุดเป็นเลนแซง โดยปกติควร วิ่งเลนซ้าย

สิ่งที่ต้องตรวจเช็กก่อนรับรถเช่า
- ต้องเตรียม พาสปอร์ต ใบขับขี่สากล ใบขับขี่ตัวจริงของประเทศตนเอง และเอกสารยืนยันการจอง (Voucher) ให้ครบ
- บางครั้งรับรถที่สนามบินได้โดยตรง แต่ส่วนใหญ่จะ ไปรับรถที่สาขาใกล้สนามบิน
- แล้วแต่บริษัท อาจต้อง เดินทางไปจุดรับเอง หรือโทรยืนยันการจองแล้วให้รถของบริษัทมารับไปสาขา
- ควร เผื่อเวลาให้มากสำหรับเวลาเครื่องออกและเวลาคืนรถ
- หากรับรถล่าช้าเพราะเที่ยวบินดีเลย์ ควร ติดต่อสาขาล่วงหน้า
- หากมาถึงช้าโดยไม่ติดต่อ อาจถูกนับเป็นโนโชว์และรถถูกปล่อยให้ลูกค้าคนอื่น
- จะได้รถตามรุ่นที่จองหรือ รถระดับเดียวกัน และหากไม่มีรถระดับเดียวกัน อาจได้รถระดับสูงกว่าโดยไม่คิดเพิ่ม
- หากสาขาเรียกเก็บเพิ่ม ให้ เก็บหลักฐานและแจ้งผู้ขาย/แพลตฟอร์มที่จอง
- หากรับรถช่วงเช้ามาก อาจมี ค่าธรรมเนียมเพิ่ม
- ตอนรับรถต้อง ตรวจรอยภายนอกและการทำงานภายในให้ครบ
- หากไม่ตรวจ รอยที่พบตอนคืนรถอาจเป็น ความรับผิดชอบของผู้ใช้
- ตรวจไฟเลี้ยว ที่ปัดน้ำฝน เนวิเกเตอร์ ฯลฯ ว่าใช้งานได้หรือไม่
- หากเนวิเกเตอร์เป็นภาษาญี่ปุ่น แนะนำให้ ขอให้พนักงานตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ
- ต้องตรวจให้แน่ใจว่าประเภทเชื้อเพลิงเป็น เบนซิน (Gasoline) หรือดีเซล (Diesel)
- หาก ถ่ายวิดีโอสภาพรถทั้งคัน ไว้จะเป็นประโยชน์ภายหลัง
- โดยหลักจะรับรถแบบ น้ำมันเต็มถัง และต้อง คืนเต็มถัง เช่นกัน
- หลังเติมน้ำมันต้อง แสดงใบเสร็จตอนคืนรถ
- หากคืนรถโดยไม่เติม บริษัทจะคำนวณค่าเติมเอง
- พวงมาลัยอยู่ขวา และจะใช้ มือซ้ายเปลี่ยนเกียร์ ส่วนไฟเลี้ยวใช้ มือขวา ตำแหน่งคันเร่งและเบรกเหมือนเดิม
- ตั้งชื่อเล่นให้รถก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกของทริป
📛 สถานการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด
ที่ทางแยกอาจเกิดกรณี เลี้ยวขวาแล้วเผลอเข้าช่องซ้ายจนกลายเป็นย้อนศร
- เลี้ยวซ้ายให้ชิด เลี้ยวขวาให้กว้าง และควรจำเคล็ดลับ (เลี้ยวซ้ายให้วงแคบ เลี้ยวขวาให้วงกว้าง) ไว้
เพราะทิศทางการขับกลับด้าน จึงมีแนวโน้ม เผลอชิดซ้ายโดยไม่รู้ตัว
- ขับโดยให้ความรู้สึกว่า ไหล่ขวาเฉียดเส้นกลางถนนเล็กน้อย จะปลอดภัยกว่า
🆘 หากเกิดอุบัติเหตุ ให้ทำดังนี้
- แม้เป็นเพียงรอยขีดข่วนภายนอก ก็ต้องแจ้ง 110 เสมอ และต้องขอ เอกสารรายงานอุบัติเหตุ เพื่อให้ เคลมประกันได้
- หากมีผู้บาดเจ็บ ให้ ติดต่อ 119 ก่อน
- หากติดปัญหาด้านภาษา อาจต้อง ขอความช่วยเหลือจากคนท้องถิ่นใกล้เคียง
- หากมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ จะ ระบุตำแหน่งได้ง่ายขึ้น
- วิธีรับมือที่ละเอียดขึ้น ควร ฟังคำอธิบายของพนักงานตอนรับรถอย่างรอบคอบ
สรุปวัฒนธรรมการจอดรถแบบญี่ปุ่นและกฎค่าปรับ
- ในญี่ปุ่น การถอยจอดเป็นมาตรฐาน
- ญี่ปุ่นเข้มงวดเรื่องที่จอดมาก ถึงขั้นหากซื้อรถแต่ ไม่มีที่จอดก็จดทะเบียนรถไม่ได้
- หากจอดผิดกฎ อาจถูกปรับประมาณ 15,000–18,000 เยน จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

- หาก ไม่จ่ายค่าปรับด้วยตนเองและให้บริษัทเช่ารถจัดการแทน อาจถูกคิดเพิ่มเป็น 25,000–30,000 เยน
- จุดที่มีป้าย ‘P’ คือที่จอดรถ และหากมีสัญลักษณ์ ‘空’ หมายถึงมีช่องว่าง สามารถจอดได้
- ก่อนจอดต้องตรวจ ค่าจอดและเวลาทำการ ให้แน่ชัด
- ค่าจอดมักคิดเป็น 10 นาที, 30 นาที หรือมีเพดานรายวัน
- หาก จอดเกิน 24 ชั่วโมง ต้องตรวจว่าเพดานราคาจะ คิดซ้ำทุกวัน หรือเป็นแบบ ครั้งเดียว (1回限り)
- หากมีข้อความ ‘夜間最大’ (เพดานช่วงกลางคืน) หมายถึงคิดราคานั้นเฉพาะช่วงเวลากลางคืนเท่านั้น จึงต้องระวัง

ที่จอดรถสาธารณะบางแห่งมี เวลาทำการจำกัด ทำให้ นอกเวลาทำการอาจนำรถออกไม่ได้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนจอด
- ข้อควรระวังเมื่อใช้ที่จอดรถอัตโนมัติ (โคอินพาร์ก)
- ต้องตรวจตำแหน่ง แท่นล็อกล้อ ให้ถูกต้องก่อนจอด
- เมื่อจอดเสร็จ แท่นล็อกจะยกขึ้นอัตโนมัติ
- ตอนออก ต้อง กรอกหมายเลขช่องจอดและชำระเงินที่เครื่อง แล้ว ตรวจให้แน่ใจว่าแท่นล็อกลดลงหมดแล้ว จึงค่อยขับออก
- ที่จอดบางแห่งใช้ระบบ รับบัตรจอดที่ทางเข้า แล้วชำระตอนออก
เติมน้ำมันในญี่ปุ่น รู้พื้นฐานก็ใช้งานได้ไม่มีปัญหา
- เรกิวลาร์(レギュラー): เบนซินทั่วไป
- ไฮโอกุ(ハイオク): เบนซินพรีเมียม
- เคย์ยุ(軽油): ดีเซล
- หากเป็นปั๊มที่มีพนักงาน ให้บอกว่า 'เรกิวลาร์ มันทัง โอเนไงชิมัส' เพื่อเติมเบนซินทั่วไปให้เต็มถัง

-
ลูกศรบนหน้าปัด บอกตำแหน่งฝาถังน้ำมัน หากเป็นแบบในภาพด้านบน หมายถึง ฝาถังอยู่ด้านขวาของรถ
-
วิธีเติมน้ำมัน
- วิธีชำระเงิน: เงินสด(現金) หรือบัตรเครดิต(クレジットカード)
- รูปแบบการเติม: เต็มถัง(満タン), กำหนดจำนวนเงิน(金額指定), กำหนดปริมาณ(数量指定)
- หากเลือก เต็มถัง และจ่ายเงินสด ต้อง ใส่เงินสดก่อนเริ่มเติม
- หากเงินไม่พอ ระบบจะหยุดก่อนเต็มถัง
- หากเติมเต็มแล้วเงินเหลือ จะมีเงินทอนออกมา
- ก่อนเริ่มเติม ให้ แตะที่แผ่นกันไฟฟ้าสถิต เพื่อคายประจุ จากนั้นหยิบ หัวจ่ายตามสีที่ตรงกับชนิดน้ำมัน แล้วเริ่มเติม

- เมื่อเติมเสร็จต้องรับใบเสร็จไว้เสมอ
- หากใส่เงินสดแล้ว ไม่ได้รับเงินทอน ให้นำใบเสร็จไปสแกนบาร์โค้ดที่เครื่องชำระเงินภายในปั๊มเพื่อรับเงินทอน
ใช้ทางด่วนญี่ปุ่นให้คล่อง
- ETC: ทางด่วนญี่ปุ่นมี ระบบ ETC คล้ายไฮพาส หากใช้ช่องทาง ETC จะชำระเงินอัตโนมัติได้
- ตอนเข้าทางด่วนต้องระวัง การแยกช่องทาง
- ETC/ทั่วไปแบบผสม(/一般): ใช้ได้ทั้ง ETC เงินสด และบัตร
- ทั่วไปสีเขียว(一般): ใช้เงินสดหรือบัตรได้
- ETC เท่านั้นสีม่วง(専用): ผ่านได้เฉพาะรถที่มี ETC

- โดยภาพรวม ญี่ปุ่นมี ค่าผ่านทางด่วนค่อนข้างแพง
- เว็บไซต์เช็กค่าผ่านทาง
- Expressway Pass
- เป็นระบบเหมาจ่ายใช้งานทางด่วนแบบ อัตราคงที่ คล้ายพาสรถไฟ/รถบัส และใช้ร่วมกับระบบ ETC ได้
- JEP (Japan Expressway Pass) ใช้ทางด่วนได้ทั่วญี่ปุ่น
- KEP คิวชู
- HEP ฮอกไกโด
- CEP ภูมิภาคชูบุ (NEP, AIP ใช้เดี่ยวไม่ได้ ต้องใช้ร่วมกับ CEP)
- SEP ซันอิน-เซโตะกุจิ
- TEP โทโฮคุ
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
วิธีตรวจสอบค่าผ่านทางด่วน
เว็บไซต์ เว็บไซต์เช็กค่าผ่านทาง ที่แนะนำด้านบน ต้องกรอก ชื่ออินเตอร์เชนจ์ (IC) เป็นภาษาอังกฤษ จึงอาจค้นหาช่วงทางที่ต้องการได้ค่อนข้างยุ่งยากสำหรับผู้ใช้ครั้งแรก
หากต้องการค้นหาแบบเข้าใจง่ายขึ้น แนะนำให้ใช้ แอป Japan Travel ที่แนะนำในหัวข้อ แอปจำเป็น
ในแอปให้กรอกต้นทางและปลายทางเพื่อค้นหาเส้นทาง ระบบจะแสดงหลายวิธีเดินทาง จากนั้นเลือก ตัวเลือกเดินทางด้วยแท็กซี่ จะสามารถตรวจสอบค่าทางด่วนได้

กด ปุ่มวงกลม ในภาพด้านซ้าย ระบบจะแสดงเส้นทางบนแผนที่ และสามารถตรวจสอบ ค่าทอลล์ที่ด้านล่าง ได้
(※ จำนวนเงินที่แสดงเป็นอัตรา ETC และอาจแตกต่างจากการจ่ายเงินสด)
ตัวอย่างเช่น หากค้นหาเส้นทางจากสถานีฮากาตะไปสถานียุฟุอิน ค่าผ่านทางอ้างอิง ETC จะแสดงประมาณ 3,580 เยน
อย่างไรก็ตาม พาสทางด่วนคิวชู KEP ไม่รวม 'ทางด่วนในเมืองฟุกุโอกะ' ดังนั้นควร คำนวณเฉพาะช่วง ดาไซฟุ IC – ยูฟุอิน เพื่อพิจารณาความคุ้มค่าในการซื้อ KEP

