TourCast
คู่มือฉบับสมบูรณ์ วิธีการเดินทางระหว่างภูมิภาคในญี่ปุ่น (ชินคันเซ็น, เที่ยวบินภายในประเทศ, รถบัสกลางคืน, เรือเฟอร์รี่)
วันที่เขียน: อัปเดตล่าสุด:
TourCast ไม่มีโฆษณาที่ไม่จำเป็นซึ่งรบกวนการอ่าน บางข้อมูลท่องเที่ยวมีลิงก์พันธมิตร และเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์ TourCast จะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยผู้ใช้จะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
ค่าเข้าชม ค่าโดยสาร ฯลฯ ที่ระบุในเนื้อหา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่อัปเดต เนื้อหาทั้งหมดของ TourCast ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ แจกจ่าย หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการใช้เพื่อฝึก AI) ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ⓒ 2023. TourCast Co. All rights reserved.

คู่มือฉบับสมบูรณ์ วิธีการเดินทางระหว่างภูมิภาคในญี่ปุ่น (ชินคันเซ็น, เที่ยวบินภายในประเทศ, รถบัสกลางคืน, เรือเฟอร์รี่)

คู่มือการเดินทางระหว่างภูมิภาคในญี่ปุ่น: ค้นหาพาหนะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคู่มือพาหนะสำหรับการเคลื่อนที่ระหว่างภูมิภาคในญี่ปุ่น

หากคุณต้องการท่องเที่ยวมากกว่า สองภูมิภาคขึ้นไป สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างแน่นอนคือ วิธีการเดินทางระหว่างภูมิภาค

เมื่อนึกถึงการเดินทางระหว่างเมือง หลายคนคงนึกถึง ชินคันเซ็น เป็นอันดับแรก ซึ่งเราได้กล่าวถึงชินคันเซ็นไปแล้วในบท JR Pass / การจองรถไฟราคาพิเศษ ดังนั้นในบทนี้เราจะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับ เที่ยวบินภายในประเทศ, เรือเฟอร์รี่ในประเทศ และ รถบัสกลางคืน กัน

ชินคันเซ็น vs เที่ยวบินภายในประเทศ อะไรมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน?เลือกพาหนะที่เหมาะสมที่สุดด้วยการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและระยะเวลาเดินทางในแต่ละช่วง

เช่นเดียวกับการเลือกสลับไปมาระหว่างรถไฟความเร็วสูงและเที่ยวบินในยุโรป ในญี่ปุ่นเองพาหนะที่มีประสิทธิภาพสูงสุดก็แตกต่างกันไปตามแต่ละเส้นทาง เนื่องจากภูมิประเทศของญี่ปุ่นนั้นยาวและกว้าง การพิจารณาความคุ้มค่าของเวลา (Time-Cost Performance) ตามระยะทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ

1. พาหนะแนะนำแยกตามเส้นทาง

  • โตเกียว – โอซาก้า / โอซาก้า – ฟุกุโอกะ: ระยะเวลาเดินทางของชินคันเซ็นและเที่ยวบินค่อนข้างใกล้เคียงกัน หากให้ความสำคัญกับการเข้าถึงตัวเมืองได้ง่าย ชินคันเซ็น จะได้เปรียบ แต่หากต้องการส่วนลดค่าโดยสาร เที่ยวบิน อาจจะคุ้มค่ากว่า
  • โตเกียว – ฟุกุโอกะ / โตเกียว – ซัปโปโร: สำหรับเส้นทางระยะไกลที่ชินคันเซ็นต้องใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงขึ้นไป ขอแนะนำให้ใช้ เที่ยวบินภายในประเทศ เป็นอย่างยิ่ง

2. เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและระยะเวลา (ตัวอย่าง: โตเกียว ↔ ฟุกุโอกะ)

พาหนะค่าโดยสารประมาณการ (เที่ยวเดียว)ระยะเวลาเดินทาง
ชินคันเซ็น (Nozomi)ประมาณ 24,000 เยนประมาณ 5 ชั่วโมง
เที่ยวบินภายในประเทศประมาณ 15,000 เยน (ผันแปร)ประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

  • ค่าตั๋วเครื่องบินอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลาที่จองและสิทธิพิเศษจากอัตราค่าโดยสารพิเศษ

เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!

สำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ: อัตราค่าโดยสารเครื่องบินในประเทศญี่ปุ่นราคาพิเศษ

หากคุณเป็นผู้มีถิ่นพำนักนอกประเทศญี่ปุ่นและถือ ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเพื่อเข้าญี่ปุ่น คุณสามารถใช้สิทธิพิเศษอัตราค่าโดยสารคงที่สำหรับการบินภายในประเทศญี่ปุ่นได้

  • เงื่อนไขการใช้งาน: ผู้พำนักนอกญี่ปุ่นที่ถือตั๋วเครื่องบินไป-กลับญี่ปุ่น (ไม่จำกัดสายการบิน)
  • สิทธิประโยชน์หลัก: ราคาประหยัดเริ่มต้นที่ประมาณ 5,500 เยน ~ 11,000 เยน ต่อเที่ยว ไม่ว่าเส้นทางใด
  • ผลิตภัณฑ์ยอดนิยม:

ปัจจุบัน อัตราค่าโดยสารพิเศษจากสายการบิน LCC อย่าง Peach Aviation หรือ Jetstar มักจะถูกกว่าราคาพิเศษสำหรับชาวต่างชาติในบางช่วงเวลา ดังนั้นจึงควรตรวจสอบผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาก่อนการจอง

💡 ข้อควรระวังในการคำนวณเวลาเดินทาง เมื่อใช้เครื่องบิน คุณต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง โดยรวม 'เวลาเดินทางระหว่างเมือง ↔ สนามบิน' และ 'เวลาเช็คอิน/ตรวจความปลอดภัย' นอกเหนือจากเวลาบินจริง ในขณะที่ชินคันเซ็นมักจะมีสถานีอยู่ใจกลางเมือง ทำให้ความรู้สึกในการเดินทางจริงอาจจะสั้นกว่า

คู่มือการใช้รถบัสทางหลวงญี่ปุ่นพาหนะเดินทางระหว่างภูมิภาคที่ประหยัดและสมเหตุสมผล พร้อมเช็คลิสต์การจอง ที่นั่ง และสิ่งอำนวยความสะดวก

หนึ่งในวิธี เดินทางราคาประหยัด ระหว่างภูมิภาคคือ รถบัสทางหลวง (Highway Bus) หากเป็นระยะทาง 2-3 ชั่วโมง ค่าโดยสารจะถูกกว่าชินคันเซ็นมาก และมีเส้นทางตรงไปยังจุดหมายมากมาย ทำให้สะดวกและประหยัดงบประมาณได้ดีตามแผนการท่องเที่ยว

ในแต่ละภูมิภาคจะมีพาสรถบัสให้บริการ เช่น 'SUNQ Pass' ของภูมิภาคคิวชู อย่างไรก็ตาม พาสไม่ได้คุ้มค่าเสมอไป หากคุณเดินทางเพียง 1-2 ครั้ง การจ่ายเป็นเที่ยวหรือจองล่วงหน้าเพื่อให้ได้ส่วนลด (Hayawari) อาจจะถูกกว่า

1. สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนใช้งาน

  • การแบ่งประเภทการจอง
    • ระบบจองที่นั่ง: เส้นทางยอดนิยม (เช่น โตเกียว↔โอซาก้า, ฟุกุโอกะ↔ยูฟูอิน เป็นต้น) จำเป็นต้องจองล่วงหน้า ปกติจะเปิดให้จองล่วงหน้าหนึ่งเดือน และใช้ QR Code ในการขึ้นรถหลังจากจองออนไลน์
    • ระบบจำกัดจำนวน (ไม่ต้องจอง): ขึ้นรถตามลำดับก่อนหลังโดยไม่ต้องจอง หากที่นั่งเต็มต้องรอรถรอบถัดไป ควรตรวจสอบตารางเดินรถล่วงหน้า
  • ตรวจสอบสถานที่ขึ้นรถ: รถบัสทางหลวงไม่ได้จอดแค่ที่สถานีขนส่ง (Terminal) เท่านั้น แต่ยังจอดที่ จุดเชื่อมต่อทางด่วน (IC) หรือป้ายริมถนนทั่วไปด้วย ควรตรวจสอบพิกัดที่แน่นอนผ่าน Google Maps
  • การจัดวางที่นั่ง (3 แถว vs 4 แถว):
    • ที่นั่ง 3 แถว (พรีเมียม): ระยะห่างกว้างและมีความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการเดินทางไกลหรือการเคลื่อนที่ยามค่ำคืน
    • ที่นั่ง 4 แถว (มาตรฐาน): เหมือนรถบัสทั่วไปและมีราคาถูกที่สุด
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: ตรวจสอบว่ามี ห้องน้ำ (WC) บนรถหรือไม่ หากไม่มีรถจะแวะจอดที่จุดพักรถทุกๆ 2-3 ชั่วโมง

2. กฎระเบียบสัมภาระและความปลอดภัย (ปี 2026)

รถบัสทางหลวงของญี่ปุ่นมีกฎเรื่องสัมภาระที่ค่อนข้างเข้มงวดเมื่อเทียบกับรถไฟ

หัวข้อกฎระเบียบและข้อควรระวัง
สัมภาระใต้ท้องรถ

โดยปกติอนุญาตให้ 1 ชิ้น (สูงสุด 2 ชิ้น) ต่อคน ขนาดรวมไม่เกิน 155 ซม. และน้ำหนักไม่เกิน 30 กก.

สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

จำกัดเฉพาะสัมภาระเบาๆ (ไม่เกิน 10 กก.) ที่วางบนชั้นเหนือศีรษะหรือใต้เท้าได้

ของต้องห้าม

จักรยานพับได้, เครื่องดนตรี, สัตว์เลี้ยง ฯลฯ อาจถูกปฏิเสธตามกฎของแต่ละบริษัท

กฎความปลอดภัย

การ คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ขณะวิ่งบนทางหลวงเป็นข้อบังคับทางกฎหมายในญี่ปุ่น

3. มารยาทการใช้รถบัสทางหลวง

  • การรับประทานอาหาร: เครื่องดื่มหรือแซนด์วิชเบาๆ สามารถทำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่มีกลิ่นแรง (แฮมเบอร์เกอร์, ไก่ทอด ฯลฯ) หรืออาหารที่มีเสียงดังเพื่อเป็นการให้เกียรติผู้ร่วมทาง
  • การรักษาความสงบ: ห้ามคุยโทรศัพท์บนรถอย่างเคร่งครัด ควรตั้งโหมดสั่นและระวังอย่าให้เสียงจากหูฟังลอดออกมาด้านนอก
  • การจอดจุดพักรถ: เมื่อจอดพัก พนักงานขับรถจะวางป้ายแจ้ง เวลาออกเดินทาง ไว้ด้านหน้ารถ หากมาไม่ทันรถอาจออกตัวไปก่อนได้ ดังนั้นต้องรักษาเวลาอย่างเคร่งครัด

💡 เคล็ดลับ TourCast: เว็บไซต์จองที่สำคัญ

  • Highwaybus.com: ดีที่สุดสำหรับการจองเส้นทางในคิวชู หรือเส้นทางที่ออกจากชินจูกุ
  • J-Bus (Japan Bus Online): ครอบคลุมเส้นทางทั่วญี่ปุ่นมากที่สุด
  • Willer Express: โดดเด่นด้วยรถบัสสีชมพู เชี่ยวชาญด้านรถบัสกลางคืนและที่นั่งระดับพรีเมียม

⚠️ ระวัง: ค่าธรรมเนียมการยกเลิก ตั๋วที่จองออนไลน์มักมีค่าธรรมเนียมการยกเลิกสูงหรืออาจไม่คืนเงินหากยกเลิกใกล้เวลาเดินทาง โดยเฉพาะรถบัสกลางคืนมีกฎที่เข้มงวดตามแต่ละเส้นทาง ควรตรวจสอบนโยบายก่อนจอง

คู่มือการใช้รถบัสกลางคืนในญี่ปุ่นพาหนะสุดประหยัดที่ช่วยประหยัดค่าที่พักและเดินทางไกลได้ในเวลาเดียวกัน

สำหรับ นักท่องเที่ยวที่รู้สึกว่าค่าชินคันเซ็นหรือเที่ยวบินภายในประเทศนั้นสูงเกินไป รถบัสกลางคืน (Overnight Bus) คือทางเลือกที่ทรงพลังที่สุด

ข้อดีที่ใหญ่ที่สุดคือคุณสามารถ ประหยัดค่าที่พัก 1 คืน ในขณะที่เดินทางระยะไกลได้ขณะหลับ ปกติรถจะ ออกเดินทางช่วงเที่ยงคืน และ ถึงที่หมายระหว่าง 6-8 โมงเช้า ของวันถัดไป ทำให้เริ่มตารางเที่ยวได้ทันทีที่ถึง

1. ประเภทที่นั่งและระดับชั้นของรถบัสกลางคืน

ระดับความเหนื่อยล้าจะแตกต่างกันไปตามการจัดวางที่นั่ง ดังนั้นควรเลือกตามงบประมาณและสภาพร่างกาย

  • ที่นั่ง 4 แถว (มาตรฐาน): โครงสร้างเหมือนรถบัสทั่วไปและราคาถูกที่สุด อาจจะหลับยากเพราะต้องนั่งชิดกับคนข้างๆ
  • ที่นั่ง 3 แถวแยก (พรีเมียม): ที่นั่งแยกออกจากกันเป็นแบบ 1-1-1 ทำให้หลับสบายโดยไม่ต้องกังวลคนข้างๆ และมักจะมีผ้าม่านกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว
  • ที่นั่งระดับหรู/Shell Seat: ที่นั่งที่เอนได้ถึง 140-150 องศา แม้ราคาอาจสูงใกล้เคียงกับชินคันเซ็น แต่มีโอกาสได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มากกว่า

2. เส้นทางหลักและระยะเวลาเดินทาง

เส้นทางหลักระยะเวลาเฉลี่ยลักษณะเด่น
โตเกียว ↔ โอซาก้า/เกียวโตประมาณ 8 ~ 9 ชั่วโมงเส้นทางที่มีรอบเยอะที่สุดและการแข่งขันราคาสูง
โตเกียว ↔ นาโกย่าประมาณ 6 ~ 7 ชั่วโมงเส้นทางเดินรถกลางคืนที่ค่อนข้างสั้น
โอซาก้า ↔ ฟุกุโอกะประมาณ 9 ~ 10 ชั่วโมงเส้นทางยอดนิยมที่เชื่อมต่อคันไซและคิวชู
โตเกียว ↔ อาโอโมริประมาณ 10 ~ 11 ชั่วโมงเส้นทางระยะไกลขึ้นสู่เหนือสุดของเกาะฮอนชู

3. บริการเพื่อความอุ่นใจสำหรับผู้หญิง

เพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว รถบัสกลางคืนของญี่ปุ่นมีบริการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

  • รถบัสสำหรับผู้หญิงเท่านั้น: ผู้โดยสารทุกคนเป็นผู้หญิง และห้ามผู้ชายขึ้นรถยกเว้นพนักงานขับรถ (เช่น VIP Liner รุ่น 'Cherish' เป็นต้น)
  • โซนที่นั่งเฉพาะผู้หญิง: แม้จะเป็นรถที่นั่งรวมกัน แต่ในการจัดที่นั่งจะ จัดให้ผู้หญิงนั่งติดกับผู้หญิงเสมอ
  • สิ่งอำนวยความสะดวก: มักมีห้องแต่งตัว (Powder Room), ผ้าม่านกั้น, ผ้าห่ม เตรียมไว้ให้บนรถ

4. เช็คลิสต์ก่อนใช้งาน

  1. กฎสัมภาระ: โดยหลักการแล้ว กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใส่ใต้ท้องรถได้เพียง 1 ใบต่อคน (ขนาดรวมไม่เกิน 155 ซม.) หากมีมากกว่านั้นอาจถูกปฏิเสธได้ ควรตรวจสอบล่วงหน้า
  2. ห้องน้ำ: รถที่มีห้องน้ำ (WC) จะอุ่นใจกว่า แต่รถที่ไม่มีก็จะแวะจุดพักรถทุกๆ 2-3 ชั่วโมง
  3. อุปกรณ์ช่วยนอน: หมอนรองคอ, ที่อุดหู, และผ้าปิดตาเป็นสิ่งจำเป็น รถบัสกลางคืนส่วนใหญ่มีกฎการปิดไฟที่เข้มงวด เมื่อใช้สมาร์ทโฟนต้องระวังอย่าให้แสงรบกวนผู้อื่น
  4. แผนการเดินทางเมื่อถึง: เมื่อถึงตอน 6 โมงเช้า ร้านค้าและโรงแรมส่วนใหญ่ยังไม่เปิด ควรหาข้อมูล ออนเซ็น (เซ็นโต) ที่เปิด 24 ชั่วโมง หรือเน็ตคาเฟ่ ไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้สำหรับอาบน้ำและพักผ่อน

💡 เว็บไซต์จองที่แนะนำ

  • WILLER TRAVEL: โด่งดังด้วยรถบัสสีชมพู มีประเภทที่นั่งหลากหลายและระบบจองที่ใช้งานง่าย
  • Kosokubus.com: เว็บไซต์จองที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบหลายบริษัทในที่เดียว

⚠️ ระวัง: การยกเลิกและเปลี่ยนแปลง รถบัสกลางคืนมักมีค่าธรรมเนียมสูงมากหากยกเลิกในวันเดินทาง นอกจากนี้ต้องนำ 'อีเมลยืนยันการจอง' ติดตัวไปด้วย และเนื่องจากสถานที่ขึ้นรถบางแห่งซับซ้อน ควรไปถึงที่หมายอย่างน้อย 20 นาทีก่อนรถออก

คู่มือการท่องเที่ยวด้วยเรือเฟอร์รี่ในญี่ปุ่นคู่มือเส้นทางทางทะเลสุดโรแมนติกที่ตอบโจทย์ทั้งที่พักและการเดินทาง

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่สี่เกาะ ได้แก่ ฮอกไกโด, ฮอนชู, ชิโกกุ และคิวชู เส้นทางเรือเฟอร์รี่จึงได้รับการพัฒนาอย่างประณีต เหนือกว่าการเป็นเพียงพาหนะ แต่ยังเป็นทางเลือกที่มีเสน่ห์ซึ่งช่วยให้คุณ ประหยัดค่าที่พักและได้รับความโรแมนติกจากการเดินทางทางทะเล ไปพร้อมกัน

1. ข้อดีและข้อเสียของการเที่ยวด้วยเรือเฟอร์รี่

  • ข้อดี
    • พื้นที่กว้างขวาง: ต่างจากเครื่องบินหรือรถไฟ คุณสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางอย่างดาดฟ้าเรือ, เลานจ์ หรือห้องอาบน้ำรวมขนาดใหญ่ได้อย่างอิสระ
    • ประหยัดค่าที่พัก: การใช้เรือเฟอร์รี่กลางคืนช่วยให้คุณถึงที่หมายขณะนอนหลับ จึงประหยัดค่าโรงแรมไปได้ 1 คืน
    • ความยืดหยุ่นเรื่องสัมภาระ: การขนส่งของชิ้นใหญ่ เช่น อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง, จักรยาน หรือถุงกอล์ฟ ทำได้ง่ายกว่าเครื่องบินมาก
  • ข้อเสีย
    • ความเร็วต่ำ: เส้นทางที่เครื่องบินใช้เวลา 1 ชั่วโมง เรือเฟอร์รี่อาจใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาท่องเที่ยวเหลือเฟือ
    • ผลกระทบจากสภาพอากาศ: มีโอกาสยกเลิกเที่ยวเรือสูงเมื่อเกิดพายุไต้ฝุ่นหรือลมแรง และอาจเกิดอาการเมาเรือได้ในบริเวณที่คลื่นสูง

🚢 เช็คลิสต์ก่อนขึ้นเรือ

  • เวลาที่ควรไปถึง: แนะนำให้ไปถึงท่าเรืออย่างน้อย 1 ชั่วโมง 30 นาทีหากนำรถไปด้วย และอย่างน้อย 1 ชั่วโมงสำหรับผู้โดยสารทั่วไป
  • ยาแก้เมาเรือ: เส้นทางที่ผ่านช่องแคบสึงารุหรือเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกอาจมีคลื่นสูง ควรเตรียมยาไว้ล่วงหน้า
  • การจอง: ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เช่น วันหยุดสุดสัปดาห์หรือโกลเด้นวีค ห้องพักมักจะเต็มล่วงหน้า การจองผ่านเว็บไซต์ทางการจึงเป็นสิ่งจำเป็น

2. สรุปเส้นทางเรือเฟอร์รี่ยอดนิยมในญี่ปุ่น

รวบรวมข้อมูลสำคัญของเส้นทางเรือเฟอร์รี่หลักที่เชื่อมต่อทั่วญี่ปุ่น (อ้างอิงการเดินเรือปี 2026)

ชื่อเรือเฟอร์รี่เส้นทางหลักลักษณะเด่นและเวลาเดินทาง
Meimon Taiyo Ferryโอซาก้า ↔ ชินโมจิ (คิตะคิวชู)วันละ 2 เที่ยว / ประมาณ 12 ชั่วโมง รู้จักกันในชื่อ 'City Line'
Hankyu Ferryโกเบ/โอซาก้า ↔ ชินโมจิโด่งดังเรื่องบ่อออนเซ็นกลางแจ้งบนเรือ / ประมาณ 12 ชม. 30 นาที
Ferry Sunflowerโอซาก้า ↔ เบบปุ / โออิตะเจ้าแห่งเส้นทางคันไซ-คิวชู และมีเส้นทางไปฮอกไกโดด้วย
Tokyo Kyushu Ferryโยโกสุกะ (โตเกียว) ↔ ชินโมจิเส้นทางลัดจากปริมณฑลสู่คิวชู / ประมาณ 21 ชั่วโมง
Orange Ferryเอฮิเมะ ↔ โอซาก้า / โออิตะ

ต้นแบบจากเรื่อง 'Suzume no Tojimari' / เน้นห้องพักส่วนตัวทุกห้อง

Jumbo Ferryโกเบ ↔ ทากามัตสึ / โชโดะชิมะเส้นทางจำเป็นสำหรับเที่ยวชิโกกุ / ประมาณ 3~4 ชั่วโมง

3. ข้อมูลเส้นทางข้ามภูมิภาคอื่นๆ

  • Shin Nihonkai Ferry: เชื่อมต่อฮอกไกโด (โอตารุ/โทมาโกไม) กับนีงาตะ และเกียวโต (ไมซูรุ) เป็นเส้นทางระยะไกล
  • Taiheiyo Ferry: วิ่งเส้นทาง นาโกย่า-เซนได-โทมาโกไม สิ่งอำนวยความสะดวกหรูหราจนถูกเรียกว่า 'เรือเฟอร์รี่สไตล์ครูซ'
  • Ocean Tokyu Ferry: เชื่อมต่อ โตเกียว-โทคุชิมะ-ชินโมจิ เป็นเรือกึ่งขนส่งสินค้าที่นิยมในหมู่นักเดินทางที่รักความสงบ

⚠️ ข้อควรระวัง ในช่วงวันหยุดสิ้นปีและขึ้นปีใหม่ (30 ธ.ค. ~ 3 ม.ค.), ช่วงเทศกาลโอบง (กลางเดือน ส.ค.) และโกลเด้นวีค ตารางเดินเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือที่นั่งเต็มเร็วมาก แนะนำให้รีบจองล่วงหน้าอย่างน้อยสองเดือน