คำนำ
จะซื้อตั๋วเครื่องบินให้ได้ราคาถูกได้อย่างไร? นี่น่าจะเป็นหนึ่งใน คำถามที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุด เมื่อวางแผนเดินทางไปต่างประเทศ
แต่ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่ตายตัวได้ แม้จะมีข้อมูลมากมายบนอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่มีหลักการใดที่ใช้ได้กับทุกคน
โดยทั่วไปมักมีข้อมูลว่า ช่วงประมาณ 6 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง หรือ 2 สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง เป็นช่วงที่ราคาถูกที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่สายการบินประเมินจำนวนที่นั่งคงเหลือและปรับราคา
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าช่วงเวลานี้จะถูกที่สุดเสมอไป ราคาตั๋วมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และมีข้อยกเว้นจำนวนมาก
กล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ ราคาตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับวันเดินทางและอุปสงค์ ดังนั้น หากแผนการเดินทางมีความยืดหยุ่น การเปรียบเทียบหลาย ๆ วันที่เป็นไปได้ถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด
หลักการเปลี่ยนแปลงของราคาตั๋วเครื่องบิน
ค่าโดยสารเครื่องบินจะอ้างอิงจาก อัตราค่าโดยสารที่ประกาศ (Published Fare) และแบ่งออกเป็นช่วงฤดูกาลดังนี้
※ อัตราค่าโดยสารที่ประกาศ: ค่าโดยสาร ที่ไม่ลดราคา ซึ่งสายการบินกำหนดไว้ เป็นจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถเรียกเก็บจากผู้โดยสารได้
- LOW: ช่วงโลว์ซีซัน
- SHLR (Shoulder): ช่วงรอยต่อระหว่างโลว์ซีซันและไฮซีซัน
ตัวอย่าง: ต้นเดือนกรกฎาคม ปลายเดือนสิงหาคม ต้นเดือนธันวาคม เดือนมีนาคม เป็นต้น - HIGH: ช่วงไฮซีซัน (วันหยุดยาว เทศกาลสำคัญ ช่วงกลางกรกฎาคม ~ ปลายสิงหาคม และช่วงวันหยุดอื่น ๆ)
โดยอ้างอิงจากปฏิทินวันหยุดที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละปี เจ้าหน้าที่กำหนดราคาของสายการบินจะพิจารณาฤดูกาลและวันหยุด เพื่อกำหนดค่าโดยสาร
แน่นอนว่า ช่วงไฮซีซัน (HIGH) จะมีราคาสูงที่สุด โดยเฉพาะ ช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว ซึ่งมักเป็นช่วงที่แพงที่สุด ในวงการท่องเที่ยวมักเรียกช่วงเหล่านี้ว่า “วันที่ร้อนแรง”🔥
ในช่วง “วันที่ร้อนแรง” เหล่านี้ ราคาตั๋วมักถูกเปิดขายตั้งแต่แรกในระดับ อัตราค่าโดยสารที่ประกาศ (Shown Fare)
- อัตราค่าโดยสารที่ประกาศสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของแต่ละสายการบิน
- อัตราค่าโดยสารที่ประกาศยังไม่รวมค่าน้ำมันและภาษี ดังนั้นยอดชำระจริงอาจสูงกว่านี้
ตั๋วเครื่องบินที่ออกตามอัตราค่าโดยสารที่ประกาศ มักเป็น ตั๋วแบบเปิด เปลี่ยนแปลงได้ และมีอายุ 1 ปี
ในทางตรงกันข้าม ตั๋วโปรโมชั่นมักมีเงื่อนไขการคืนเงินและการเปลี่ยนแปลงที่เข้มงวด รวมถึงข้อจำกัดด้านสัมภาระ
วันที่ร้อนแรงและค่าโดยสารตามฤดูกาล
หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยคือ ในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว หากจองล่วงหน้า 6 สัปดาห์หรือ 2 สัปดาห์ จะถูกหรือไม่?
แต่ดังที่กล่าวไปแล้ว ช่วงเทศกาลถือเป็น “วันที่ร้อนแรง” ที่สุด จึงมักเริ่มต้นด้วยราคาในระดับอัตราค่าโดยสารที่ประกาศตั้งแต่แรก
※ หากในช่วงเทศกาลยังพบ ราคาที่ถูกกว่าอัตราค่าโดยสารที่ประกาศ นั่นคือจังหวะที่ควรจองทันที
เหตุผลที่ราคาตั๋วถูกกำหนดในลักษณะนี้ เนื่องจาก ตั๋วเครื่องบินเป็นสินค้าที่สะท้อนกฎอุปสงค์และอุปทานอย่างชัดเจนที่สุด
เมื่อมีการจองมาก ราคาจะสูงขึ้น และเมื่อที่นั่งเหลือมาก ราคาจะลดลง
สรุปได้ว่า ในช่วงโลว์ซีซัน (LOW) ราคาอาจมีแนวโน้มลดลงเมื่อใกล้วันเดินทาง ขณะที่ ในช่วงไฮซีซัน (HIGH) ราคาอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อใกล้วันเดินทาง
อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นโลว์ซีซัน การรอจนถึง ใกล้วันเดินทางมากเกินไปก็มีความเสี่ยง ควรใช้หลักการข้างต้นเป็นแนวทาง และ เลือกช่วงเวลาจองให้เหมาะกับสไตล์การเดินทางของตนเอง
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
อันดับช่วงเวลาที่ค่าโดยสารถูกที่สุดในมุมมองของ TourCast
- วันสุดท้ายของช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล
- วันธรรมดาในช่วงโลว์ซีซัน
- วันธรรมดาในไฮซีซัน & วันหยุดสุดสัปดาห์ในโลว์ซีซัน
- วันหยุดสุดสัปดาห์ในไฮซีซัน
- ปลายเดือนกรกฎาคม ~ ต้นเดือนสิงหาคม (ฤดูกาลลาพักร้อนของพนักงานออฟฟิศ)
- วันเริ่มต้นของช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล
- ช่วงนี้ราคาชั้นประหยัดและชั้นธุรกิจอาจแตกต่างกันน้อยมาก
※ หมายเหตุ: โดยทั่วไป ช่วงปิดเทอมของนักเรียนถือเป็นไฮซีซัน และ ช่วงเปิดภาคเรียนเป็นโลว์ซีซัน
ที่น่าสนใจคือ มี ช่วงที่ถูกกว่าวันธรรมดาในโลว์ซีซัน นั่นคือ วันสิ้นสุดของช่วงวันหยุดยาว
วันเริ่มต้นของวันหยุดยาวเป็นวันที่มีความต้องการสูงหรือ “วันที่ร้อนแรง” แต่ วันสุดท้ายของวันหยุดยาวซึ่งเป็นวันที่คนส่วนใหญ่เดินทางกลับ มักมีที่นั่งเหลือและราคาถูกกว่า
วิธีค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาถูก
- ใช้เว็บไซต์ค้นหาเที่ยวบิน เช่น “สกาย สOO” เพื่อ กรอกเมืองต้นทาง–ปลายทางและวันที่เดินทาง
- ตรวจสอบว่าสายการบินใดให้บริการในเส้นทางนั้น และ ช่วงเวลาใดมีราคาถูกกว่า
- สามารถจองผ่านเว็บไซต์ค้นหาได้ทันที แต่ควร ตรวจสอบเงื่อนไขเดียวกันในเว็บไซต์ทางการของสายการบินทุกครั้ง
- หากเที่ยวบินขาไป–ขากลับเป็น คนละสายการบิน บนเว็บไซต์สายการบินต้องค้นหาเป็น ตั๋วเที่ยวเดียว
- เปรียบเทียบหลายช่องทางแล้ว เลือกจองจากแหล่งที่มีเงื่อนไขดีที่สุด
- ไม่จำเป็นต้องจองตั๋วไป–กลับกับสายการบินเดียวกัน
หากจองแบบเที่ยวเดียว–เที่ยวเดียว การชำระเงินของเที่ยวบินขาออกจากญี่ปุ่นอาจแสดงเป็นเงินเยน (JPY)
- ก่อนจองตั๋วต้องตรวจสอบเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก และคืนเงินให้ชัดเจน
- หากส่วนต่างราคาไม่มาก การจองผ่านเว็บไซต์ทางการของสายการบินจะได้เปรียบกว่า
การจองที่ไม่ได้ทำโดยตรงกับสายการบิน มักเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกได้ยาก หากเกิดปัญหาใกล้วันเดินทางหรือระหว่างอยู่ต่างประเทศ อาจจัดการได้ลำบาก
บนเว็บไซต์ทางการสามารถ เลือกที่นั่งล่วงหน้าและเพิ่มสัมภาระได้
หากใช้ OTA ต่างประเทศ ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงหรือคืนเงินจะซับซ้อน และอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
- ตั๋วเครื่องบินหลายกรณีสามารถยกเลิกได้ฟรีภายในวันเดียวกับวันที่ซื้อ
(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้จำหน่าย อาจมีค่าธรรมเนียม)
สายการบินฟูลเซอร์วิส (FSC) vs สายการบินโลว์คอสต์ (LCC) ต่างกันอย่างไร?
สายการบินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ดังนี้
- สายการบินฟูลเซอร์วิส (FSC: Full Service Carrier)
- สายการบินโลว์คอสต์ (LCC: Low Cost Carrier)
สายการบินโลว์คอสต์ (LCC) คือสายการบินที่ ตัดหรือนำบริการบางส่วนมาเป็นตัวเลือกเสริม เพื่อเสนอ ค่าโดยสารที่ถูกกว่า ผู้โดยสารสามารถ เลือกใช้เฉพาะบริการที่จำเป็น ได้ จึงได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่เน้นความคุ้มค่า
ตัวอย่างเช่น การเลือกที่นั่งล่วงหน้ามักมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และ ไม่มีบริการอาหารบนเครื่องเป็นมาตรฐาน โดยจะมีเพียงเครื่องดื่มให้บริการ หากต้องการอาหารต้องซื้อเพิ่ม
อุณหภูมิในห้องโดยสารมักอยู่ที่ 21~25℃ ดังนั้น ผู้ที่ขี้หนาวควรเตรียมผ้าห่มหรือเสื้อกันหนาวมาเอง เนื่องจากสายการบินโลว์คอสต์ส่วนใหญ่ไม่จัดเตรียมผ้าห่มให้
ในทางตรงกันข้าม สายการบินฟูลเซอร์วิส (FSC) จะมี อาหารบนเครื่อง ผ้าห่ม และการสะสมไมล์ รวมอยู่ในค่าโดยสาร และมัก รวมการเลือกที่นั่งล่วงหน้า ด้วย
ด้วยเหตุนี้ ค่าโดยสารจึง สูงกว่าสายการบินโลว์คอสต์เล็กน้อย แต่มีข้อดีคือ มีจำนวนเที่ยวบินมากและเลือกช่วงเวลาเดินทางได้หลากหลาย
- ผ้าห่มที่ให้บริการบนเครื่องสามารถใช้ได้เฉพาะระหว่างเที่ยวบินเท่านั้น หากนำออกนอกเครื่องอาจมี บทลงโทษ
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
เมื่อค่าโดยสาร LCC แพงกว่าที่คาด
ในบางวันเดินทาง ค่าโดยสารของสายการบินโลว์คอสต์อาจถูกตั้งราคาไว้สูงกว่าที่คาด ซึ่งหมายความว่าวันนั้นมีความต้องการสูง
ในกรณีเช่นนี้ ส่วนต่างราคาระหว่าง LCC กับสายการบินฟูลเซอร์วิสอาจแทบไม่ต่างกัน จึงไม่ควรยึดติดกับ LCC เพียงอย่างเดียว แต่ควร เปรียบเทียบราคาของสายการบินฟูลเซอร์วิสควบคู่กันไป เพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสม
บริการติดตามเส้นทางการบิน
FlightAware เป็นบริการที่ช่วยตรวจสอบ ตำแหน่งและสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ ทั่วโลก ไม่เฉพาะเที่ยวบินพาณิชย์ตามตารางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องบินส่วนตัวและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
- เพียงกรอกหมายเลขเที่ยวบินหรือข้อมูลสนามบิน ก็สามารถตรวจสอบ ตำแหน่งปัจจุบัน เวลาขึ้น–ลงจอดโดยประมาณ ความล่าช้า การยกเลิก และการเปลี่ยนเกต
- แสดง แผนที่แบบเรียลไทม์ ให้เห็นเส้นทางการบิน รุ่นของเครื่องบิน และ ข้อมูลสภาพอากาศโดยรอบ
- ฟีเจอร์ “Misery Map” ช่วยให้เห็นสนามบินหรือเส้นทางที่มีความล่าช้าบ่อยได้ในภาพรวม
- สามารถตั้งค่า การแจ้งเตือนสำหรับเที่ยวบินเฉพาะ เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์เมื่อสถานะการบินเปลี่ยนแปลง
มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปโตเกียว เพื่อประเมิน ฝั่งที่นั่งที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ ล่วงหน้า หรือใช้แจ้ง เวลาถึงที่แน่นอน ให้ครอบครัวหรือเพื่อนที่มารอรับที่สนามบิน
เว็บไซต์ทางการ FlightAwareที่นั่งไหนดี?
หลายคนอยากเลือกที่นั่งที่มองเห็นปีกเครื่องบินได้ชัด แต่ไม่แน่ใจว่าควรเลือกตรงไหน ในกรณีนี้สามารถใช้ Seat Maps ได้
เว็บไซต์นี้ให้กรอก สายการบิน วันที่เดินทาง และสนามบินต้นทาง–ปลายทาง เพื่อค้นหาเที่ยวบิน และตรวจสอบ ผังที่นั่งตามรุ่นเครื่องบิน ของเที่ยวบินนั้นได้
เว็บไซต์ทางการ Seat Maps
