โยโกฮาม่า: เมืองท่าสุดโรแมนติกที่ประวัติศาสตร์การเปิดประเทศยังมีชีวิตความประทับใจแรกของโยโกฮาม่าที่อบอวลด้วยประวัติศาสตร์และความโรแมนติก
โยโกฮาม่าเริ่มต้นการพัฒนาจากการตัดสินใจเปิดเมืองคานากาว่าภายใต้ สนธิสัญญาไมตรีญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ในปี 1854 และตามด้วย สนธิสัญญามิตรภาพและการพาณิชย์ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ในปี 1858
หลังจากนั้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 1859 ท่าเรือโยโกฮาม่าได้เปิดอย่างเป็นทางการ ทำให้วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มหลั่งไหลเข้ามา และกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้โยโกฮาม่าเติบโตเป็นเมืองระดับสากล ด้วยบรรยากาศที่แปลกตาและผ่อนคลายซึ่งแตกต่างจากโตเกียว ที่นี่จึงได้รับความรักอย่างมากในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ
สำหรับการท่องเที่ยวโยโกฮาม่า แนะนำให้จัดตารางในช่วงบ่ายหรือเย็น เพื่อให้ได้ดื่มด่ำกับวิวกลางคืนที่สวยงามตระการตาได้อย่างเต็มที่
1) วิธีการเดินทางหลักและค่าโดยสาร
คุณสามารถเลือกเส้นทางที่หลากหลายตามจุดเริ่มต้น โดยควรวางแผนจากเวลาเดินทางและราคา
- จากชิบูย่า: สาย Tokyu Toyoko (เที่ยวเดียว 310 เยน) - วิธีที่นิยมและประหยัดที่สุด
- จากชินจูกุ: สาย JR Shonan-Shinjuku (Rapid) (เที่ยวเดียว 620 เยน)
- จากชินากาวะ: สาย JR Tokaido/Yokosuka (เที่ยวเดียว 350 เยน)
- จากสถานีโตเกียว: สาย JR Tokaido (เที่ยวเดียว 530 เยน)
2) ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย
แม้โยโกฮาม่าจะเป็นเมืองที่ปลอดภัยมากโดยรวม แต่มีบางย่านที่นักท่องเที่ยวควรระมัดระวัง
⚠️ ข้อมูลพื้นที่ควรระวัง
ในโยโกฮาม่ามีพื้นที่ที่เรียกว่า 'โคโตบุกิโจ' (Kotobuki-cho) ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะ 1 ใน 3 ย่านเสื่อมโทรม (Slum) ของญี่ปุ่น ในอดีตเคยเป็นแหล่งรวมแรงงานรายวัน แต่ปัจจุบันประสบปัญหาประชากรสูงวัยและความยากจน บรรยากาศในตอนกลางคืนค่อนข้างไม่สู้ดีนัก จึงปลอดภัยกว่าที่จะหลีกเลี่ยงการไปเยือน
แนะนำให้ ตรวจสอบตำแหน่งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการพลัดหลงเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวระหว่างการเดินทาง
3) ตัวอย่างสถานที่เช็คอินที่เป็นตัวแทนของโยโกฮาม่า
- Minato Mirai 21: ย่านริมน้ำสมัยใหม่ที่เป็นที่ตั้งของตึก Landmark Tower และชิงช้าสวรรค์ยักษ์ของ Cosmo World
- โกดังอิฐแดง (Akarenga Soko): ศูนย์การค้าที่ดัดแปลงมาจากอาคารโกดังอิฐแดงเก่า โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่คลาสสิก
- ไชน่าทาวน์ (Chukagai): หนึ่งในไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพลิดเพลินกับอาหารสตรีทฟู้ดที่หลากหลายและสถาปัตยกรรมจีนที่วิจิตรบรรจง
- สวนสาธารณะยามาชิตะ: สถานที่ที่ดีที่สุดในการดื่มด่ำกับความโรแมนติกของท่าเรือโยโกฮาม่าตามทางเดินริมทะเล
💡 เคล็ดลับการเดินทาง
การใช้บริการรถบัสสีแดง 'Akai Kutsu' ที่วิ่งวนรอบสถานที่สำคัญ หรือกระเช้าลอยฟ้าริมน้ำ 'YOKOHAMA AIR CABIN' ที่เพิ่งเปิดตัว จะช่วยให้คุณเที่ยวชมเมืองได้อย่างสะดวกและพิเศษยิ่งขึ้น
คู่มือการเลือกพาสการเดินทางที่ดีที่สุดสำหรับทริปโยโกฮาม่าเลือกพาสที่มีประสิทธิภาพซึ่งครอบคลุมเส้นทางการเคลื่อนที่หลัก
สถานที่ท่องเที่ยวหลักในโยโกฮาม่าจะกระจุกตัวอยู่ในช่วง สาย Minatomirai (สถานี Yokohama ~ สถานี Motomachi-Chukagai) ลองเลือกพาสที่ได้เปรียบที่สุดตามจุดเริ่มต้นและจำนวนการเดินทางของคุณ
1) Tokyu Minatomirai Pass
東急みなとみらいパス
เป็นพาสที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดเมื่อเริ่มเดินทางจากสาย Tokyu รวมถึงชิบูย่า
- สิทธิประโยชน์: ไป-กลับ 1 รอบ ระหว่างสถานีต้นทางของสาย Tokyu ↔ สถานี Yokohama + ขึ้นลงไม่จำกัดในสาย Minatomirai ตลอด 1 วัน
- ราคา: จากสถานี Shibuya, Daikanyama, Meguro ราคา 920 เยน
- ลักษณะ:
- ช่วงสาย Tokyu ระหว่างสถานีต้นทางและสถานี Yokohama เป็นเพียง ตั๋วไป-กลับ ไม่สามารถแวะลงระหว่างทางได้
- สามารถขึ้นลงได้ไม่จำกัดเฉพาะช่วงสาย Minatomirai (Yokohama ~ Motomachi-Chukagai) เท่านั้น
- เกณฑ์การตัดสินใจ: หากเดินทางไป-กลับ ชิบูย่า-โยโกฮาม่า (640 เยน) และวางแผนจะขึ้นสาย Minatomirai ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป พาสนี้จะคุ้มค่ากว่า
2) Keikyu Minatomirai Pass
京急みなとみらいパス
พาสที่ได้เปรียบเมื่อเริ่มเดินทางจากชินากาวะหรือสนามบินฮาเนดะ
- สิทธิประโยชน์: ไป-กลับ 1 รอบ ระหว่างสถานีต้นทาง ↔ สถานี Yokohama + ขึ้นลงไม่จำกัดในสาย Minatomirai ตลอด 1 วัน
- ราคา: จากสถานี Shinagawa ราคา 930 เยน
- ข้อควรระวัง:
- ซื้อได้เฉพาะผู้ที่มีบัตร PASMO แบบแข็งเท่านั้น
- ไม่สามารถซื้อผ่าน Apple Pay (แอป Wallet) หรือ Mobile PASMO ได้
3) ตั๋ววันเดียวสาย Minatomirai
みなとみらい線一日乗車券
เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางมาถึงสถานี Yokohama แล้ว หรือเดินทางมาด้วย JR หรือวิธีอื่นแยกต่างหาก
- สิทธิประโยชน์: ขึ้นลงไม่จำกัดเฉพาะช่วงสาย Minatomirai (Yokohama ~ Motomachi-Chukagai) ตลอด 1 วัน
- ราคา: ผู้ใหญ่ 460 เยน / เด็ก 230 เยน
- เกณฑ์การตัดสินใจ: เนื่องจากค่าโดยสารเริ่มต้นของสาย Minatomirai อยู่ที่ 200~230 เยน พาสนี้จะคุ้มทุนเมื่อ ใช้งานตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป
- เคล็ดลับ: ตัวอย่างเช่น หากใช้รูท "สถานี Yokohama → ไชน่าทาวน์ (ลงเดินเที่ยว) → สถานี Minatomirai → สถานี Yokohama" จะเป็นการขึ้นรถเพียง 2 ครั้ง การใช้บัตรเติมเงินปกติอาจจะถูกกว่า
💡 เคล็ดลับการเลือกพาส หากคิดเพียงแค่การไป-กลับจากโตเกียวมาโยโกฮาม่า การใช้บัตรเติมเงินปกติอาจจะสะดวกกว่า แต่หากคุณมีแผนจะใช้รถไฟเคลื่อนที่ไปยัง ไชน่าทาวน์, โกดังอิฐแดง, พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย ฯลฯ อย่างขยันขันแข็ง การพกพาสใดพาสหนึ่งข้างต้นคือวิธีประหยัดเงินที่ดีที่สุด
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
พิชิตคามาคุระ+โยโกฮาม่าในวันเดียว
หากคุณ ยกเว้นการเข้าชมภายในเกาะเอโนชิมะ ในทริปคามาคุระ และเน้นไปที่ทางรถไฟหน้าโรงเรียนมัธยมคามาคุระ (สแลมดังค์) และพระใหญ่ที่วัดฮาเซเดระ คุณสามารถเก็บจบได้ในตารางช่วงเช้า
ใช้ Tokyu หรือ Keikyu Minatomirai Pass เดินทางมาถึงสถานี Yokohama จากนั้นจ่ายแยกสำหรับช่วง สถานี Yokohama ↔ สถานี Kamakura (สาย JR เที่ยวละ 440 เยน) หลังจากเที่ยวคามาคุระเสร็จในช่วงเช้า ให้กลับมาที่โยโกฮาม่าเพื่อปิดท้ายวันด้วยวิวกลางคืนอันงดงามของสาย Minatomirai จะเป็นแผนที่มีประสิทธิภาพที่สุด
- สถานี Kamakura → สถานี Kamakurakokomae: 260 เยน
- สถานี Kamakurakokomae → สถานี Hase: 220 เยน
- สถานี Hase → สถานี Kamakura: 200 เยน
เนื่องจาก การซื้อตั๋วแยกรายเที่ยวถูกกว่า การซื้อเอโนเด็นพาส 1 วัน (800 เยน) วิธีนี้จึงได้เปรียบสำหรับตารางเที่ยวที่เน้นจุดสำคัญอย่างรวดเร็ว
หากต้องการเพิ่มความสนุกในการเดินทาง แนะนำให้ลองนั่ง Shonan Monorail โดยนั่ง JR จากสถานี Yokohama ไปลงสถานี Ofuna (350 เยน) แล้วต่อรถไฟโมโนเรลแบบแขวนที่วิ่งกลับหัวเพื่อไปยังสถานี Shonan-Enoshima

เปรียบเทียบ 3 รถบัสท่องเที่ยวโยโกฮาม่า: ค้นหาพาหนะที่ใช่สำหรับคุณสรุปข้อมูล Akai Kutsu, Bayside Blue และ Burari Bus อย่างสมบูรณ์
รถบัสที่เน้นการท่องเที่ยวซึ่งดำเนินการโดยเทศบาลเมืองโยโกฮาม่ามีราคาเท่ากับรถบัสประจำทางทั่วไป แต่มีข้อดีคือจะจอดเฉพาะจุดเช็คอินสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมเท่านั้น
1) Akai Kutsu (あかいくつ)
"รถบัสเวียนย้อนยุคที่บรรจุกลิ่นอายของโยโกฮาม่า"
- ลักษณะ: รถบัสที่เป็นสัญลักษณ์ของโยโกฮาม่า โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สีแดงคลาสสิกและการตกแต่งภายในด้วยไม้
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ต้องการลงรถหน้าสถานที่ท่องเที่ยวหลักทันที เช่น ไชน่าทาวน์, โกดังอิฐแดง, สวนยามาชิตะ
- เส้นทางหลัก: เริ่มจากสถานี Sakuragicho วนรอบย่าน Minato Mirai และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ท่าเรือ (M-Route)
2) BAYSIDE BLUE
"รถบัสสีฟ้าที่เชื่อมต่อจากสถานีโยโกฮาม่าไปจนสุดปลายท่าเรือ"
- ลักษณะ: เป็น รถบัสพ่วง ยาวที่ดูเหมือนรถบัสสองคันต่อกัน โดดเด่นด้วยสีฟ้าสดใสซึ่งสื่อถึงทะเลของโยโกฮาม่า
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่ต้องการเดินทางจากสถานี Yokohama ไปยังพิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วยหรือท่าเรือยามาชิตะอย่างรวดเร็ว
- ข้อดี: มีจำนวนป้ายจอดน้อยกว่ารถบัสทั่วไป ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ระหว่างจุดยุทธศาสตร์รวดเร็วมาก
3) รถบัสท่องเที่ยว Burari (ぶらり観光BUS)
"ไปถึงจุดหมายไม่มีติดขัด! รถบัสวิ่งตรงแยกตามธีม"
เส้นทางที่เชื่อมต่อจุดยุทธศาสตร์หลักกับสถานที่ท่องเที่ยวโดยตรงตามธีมเฉพาะ
- Burari Akarenga Bus: เชื่อมต่อสถานี Yokohama ↔ โกดังอิฐแดง ได้เร็วที่สุด
- Burari Sankeien Bus: (วิ่งเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์/วันหยุด) วิ่งตรงสู่สวนดั้งเดิม 'Sankeien' ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง
- Burari Nogeyama Zoo Bus: นำคุณไปยังสวนสัตว์ฟรี 'Nogeyama Zoo' ที่เหมาะสำหรับไปกับเด็กๆ
4) ค่าโดยสารและพาสที่มีประสิทธิภาพ
- ขึ้น 1 ครั้ง: ทุกสายราคาผู้ใหญ่ 220 เยน / เด็ก 110 เยน (ใช้บัตร IC Card ได้)
- พาสแนะนำ: Minato Burari Ticket (700 เยน)
- สามารถใช้รถบัสทั้ง 3 ประเภทข้างต้น (Akai Kutsu, Bayside Blue, Burari Bus) และรถไฟใต้ดินเทศบาลบางช่วง (สถานี Yokohama ~ สถานี Yoshino-cho) ได้ ไม่จำกัดตลอด 1 วัน
- หากขึ้นรถบัสเกิน 4 ครั้ง การซื้อพาสจะคุ้มค่ากว่าการใช้บัตร IC ปกติแน่นอน
- โปรดระวัง: ตั๋ววันเดียวรถบัสเทศบาลโยโกฮาม่า (600 เยน) ไม่สามารถใช้ขึ้นรถบัสท่องเที่ยวอย่าง Akai Kutsu ได้ จึงต้องแยกประเภทให้ชัดเจน
- พาสแบบ Wide ที่ใช้รถไฟใต้ดินไปจนถึงสถานี Shin-Yokohama ได้ ราคาจะอยู่ที่ 750 เยน
💡 เคล็ดลับ
สถานีรถไฟใต้ดินของสาย Minatomirai มักจะตั้งอยู่ลึก ทำให้การเดินขึ้นลงบันไดอาจจะเหนื่อย หากต้องการประหยัดแรง แนะนำให้ใช้ Akai Kutsu หรือ BAYSIDE BLUE ที่จะจอดส่งคุณหน้าทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวพอดี
YOKOHAMA AIR CABIN: ดื่มด่ำวิวพาโนรามาจากฟากฟ้ากระเช้าลอยฟ้าถาวรใจกลางเมืองแห่งแรกของญี่ปุ่น
YOKOHAMA AIR CABIN
เปิดให้บริการในปี 2021 YOKOHAMA AIR CABIN เป็นกระเช้าลอยฟ้าถาวรใจกลางเมืองแห่งแรกของญี่ปุ่น เชื่อมต่อระหว่างสถานี JR Sakuragicho และ Canal Park (ใกล้โกดังอิฐแดง) ซึ่งเป็นใจกลางของ Minato Mirai เหนือกว่าการเป็นเพียงพาหนะ แต่มันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่คุณสามารถชมสกายไลน์ที่ทันสมัยของโยโกฮาม่าได้อย่างน่าตื่นเต้นที่สุด

1) ลักษณะเด่นและข้อมูลการใช้งาน
- ช่วงที่เคลื่อนที่: สถานี JR Sakuragicho ↔ Canal Park (หน้า Yokohama World Porters)
- ระยะเวลาที่ใช้: ประมาณ 5 นาที (ระยะทางเที่ยวเดียวประมาณ 630 เมตร)
- สิ่งอำนวยความสะดวก: กระเช้าทุกคันติดตั้งระบบปรับอากาศ และเป็น Barrier-free ที่รองรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์
- จุดชมวิว: ในตอนกลางวันจะได้เห็นทัศนียภาพกว้างไกลของท่าเรือโยโกฮาม่า ส่วนตอนกลางคืนจะได้ชมวิวกลางคืนอันงดงามที่เกิดจากชิงช้าสวรรค์ (Cosmo Clock 21) และ Landmark Tower
2) ค่าบริการและเวลาทำการ
- เวลาทำการ: 10:00 ~ 21:00 น. (อาจขยายเวลาตามฤดูกาลและวันในสัปดาห์)
- ค่าบริการ (เที่ยวเดียว): ผู้ใหญ่ (มัธยมต้นขึ้นไป) 1,000 เยน / เด็ก (ประถมลงไป) 500 เยน
- ค่าบริการ (ไป-กลับ): ผู้ใหญ่ 1,800 เยน / เด็ก 900 เยน
- ตั๋วชุด: คุณสามารถซื้อตั๋วชุดรวมกับเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ของ Cosmo World ได้ในราคาประหยัดกว่า
3) เคล็ดลับการเดินทาง: ควรขึ้นตอนไหนดี?
- เวลาที่แนะนำที่สุด: แนะนำให้ขึ้นในช่วง Magic Hour (ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเล็กน้อย) เพื่อชมวิวกลางคืนของเมืองที่ค่อยๆ เปิดไฟสว่างขึ้น
- การใช้เส้นทาง: ทันทีที่ถึงสถานี Sakuragicho ให้ขึ้น Air Cabin ไปยัง 'Canal Park' คุณจะเดินไปถึงโกดังอิฐแดงหรือพิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วยได้ภายใน 5 นาที ซึ่งช่วยประหยัดแรงได้ดีมาก
💡 โปรดทราบ
แม้ราคาเที่ยวเดียว 1,000 เยนจะค่อนข้างสูง แต่ประสบการณ์การเผชิญหน้ากับแลนด์มาร์คของโยโกฮาม่าจากบนฟ้านั้นคุ้มค่าแน่นอน เป็นจุดที่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคอร์สเดทหรือนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว
แผนเที่ยวโยโกฮาม่า 1 วัน: รูทที่สมบูรณ์แบบซึ่งรวมรสชาติ ทัศนียภาพ และประวัติศาสตร์เที่ยวโยโกฮาม่าวันเดียวก็เพียงพอ รูทที่รวมรสชาติ ทัศนียภาพ และประวัติศาสตร์ไว้ในครั้งเดียว
โยโกฮาม่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ด้วยการผสมผสานระหว่างถนนที่แปลกตาแบบเมืองท่าเปิดประเทศและวิวกลางคืนที่ทันสมัย หากต้องการสัมผัสแก่นแท้ของโยโกฮาม่าในเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งวัน ลองเคลื่อนที่ตามเส้นทางนี้ดู
รูทแนะนำ สถานี Yokohama → สถานี Motomachi-Chukagai → ย่านร้านค้า Motomachi → ไชน่าทาวน์ → สวนยามาชิตะ → ท่าเรือนานาชาติโอซันบาชิ → โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า → พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย → โยโกฮาม่า คอสโมเวิลด์ → เรือนิปปอนมารู → โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ค ทาวเวอร์ → สถานี Minatomirai → สถานี Yokohama
1) ย่านร้านค้าโมโตมาจิ (Motomachi)
เป็น ย่านร้านค้าสไตล์ยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งก่อตัวขึ้นใกล้กับย่านยามาเตะซึ่งเคยเป็นที่พำนักของชาวต่างชาติในอดีต เรียงรายไปด้วยร้านคาเฟ่และร้านขายของกระจุกกระจิกที่มีสไตล์ และร้านเบเกอรี่แห่งแรกของญี่ปุ่นอย่าง 'Uchiki Pan' ก็ยังคงรักษาความอร่อยมานานกว่า 130 ปี
2) ไชน่าทาวน์ (Chukagai)
ไชน่าทาวน์ที่ภาคภูมิใจในขนาดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยซุ้มประตู (Pailou) ที่วิจิตรบรรจงและร้านอาหารจีนนับไม่ถ้วน ศาลเจ้า 'คันเตเบียว' (Kanteibyo) ที่ประดิษฐานเทพเจ้ากวนอู (เทพแห่งความมั่งคั่ง) คือสัญลักษณ์ของที่นี่

3) สวนยามาชิตะ & ท่าเรือโอซันบาชิ
สวนยามาชิตะ ที่สร้างขึ้นตามแนวชายฝั่งเป็นสถานที่พักผ่อนของคนท้องถิ่น หากเดินต่อไปอีกนิดจะพบกับ ท่าเรือผู้โดยสารนานาชาติโอซันบาชิ ลานกว้างบนดาดฟ้าเรือถูกเรียกว่า 'คุจิระโนะเซนากะ' (หลังปลาวาฬ) และเป็น คอร์สเดทที่ดีที่สุด สำหรับการชมท่าเรือโยโกฮาม่าได้ในพริบตา

4) โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า (Akarenga Soko)
อาคารอิฐสีแดงที่เคยใช้เป็นโกดังเก็บของในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เป็นศูนย์การค้าและพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่ทันสมัย เมื่อถึงเวลากลางคืนจะมีการเปิดไฟประดับรอบอาคาร สร้างบรรยากาศที่คลาสสิกยิ่งขึ้น

5) พิพิธภัณฑ์บะหมี่ถ้วย (Cup Noodles Museum)
พื้นที่สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่คุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ สามารถทำบะหมี่ถ้วยที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกด้วยตัวเองได้
- ข้อมูลการใช้งาน: ค่าเข้าผู้ใหญ่ 500 เยน (ค่าประสบการณ์แยกต่างหาก) / ปิดทุกวันอังคาร
- ระวัง: อย่าสับสนกับ 'พิพิธภัณฑ์ราเมน' (Shinyokohama Raumen Museum) ที่อยู่ใกล้สถานี Shin-Yokohama โปรดตรวจสอบตำแหน่งให้ดี
6) โยโกฮาม่า คอส모เวิลด์ & เรือนิปปอนมารู
- Cosmo World: สวนสนุกใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียงจากชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ 'Cosmo Clock 21' เข้าชมพื้นที่ได้ฟรีและจ่ายค่าบริการตามเครื่องเล่น
- Nippon Maru Memorial Park: จัดแสดงและอนุรักษ์เรือใบ 'นิปปอนมารู' ที่สร้างขึ้นในปี 1930 ภาพของเรือที่กางใบสีขาวนั้นดูยิ่งใหญ่มาก

7) โยโกฮาม่า แลนด์มาร์ค ทาวเวอร์ (Landmark Tower)
แนะนำให้ปิดท้ายตารางด้วย จุดชมวิว 'Sky Garden' ที่ชั้น 69 วิวกลางคืนที่มหัศจรรย์ของ Minato Mirai ที่มองผ่านกระจกใส 360 องศา จะเป็นจุดสูงสุดของทริปโยโกฮาม่าของคุณ

พิพิธภัณฑ์เด็กอันปังแมนโยโกฮาม่า: ทริปย้อนวัยสนุกกันได้ทั้งครอบครัวเข้าสู่โลกของอันปังแมน! สถานที่เที่ยวสำหรับครอบครัวที่ผู้ใหญ่ก็สนุกได้
แม้จะชื่อว่าพิพิธภัณฑ์เด็ก แต่ที่นี่เป็นสถานที่ที่มอบความสุขและความคิดถึงอย่างมากให้กับผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับอันปังแมน เป็นสวนสนุกยอดนิยมที่พบได้ในเมืองหลักของญี่ปุ่น เช่น โยโกฮาม่า, ฟุกุโอกะ, โกเบ, นาโกย่า และเซนได
- พื้นที่สำหรับทุกคน: เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์น่ารักๆ อย่างอันปังแมน (Anpanman) และไบคินแมน (Baikinman) ไม่เพียงแต่เครื่องเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น แต่ฉากที่จำลองมาอย่างประณีตก็เป็นจุดถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใหญ่เช่นกัน
- ลักษณะค่าเข้าชม: เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับเด็กโดยเฉพาะ ค่าเข้าชมสำหรับ ผู้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จะถูกกำหนดให้เท่ากันทั้งเด็กและผู้ใหญ่
1) ข้อมูลการเข้าชมและเคล็ดลับ
- เวลาที่ควรไป: หากวางแผนจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ แนะนำให้แวะเป็นที่แรกเมื่อถึงโยโกฮาม่า เนื่องจากรอบเข้าชมสุดท้ายคือ 16:00 น. ซึ่งค่อนข้างเร็ว
- เวลาทำการ: 10:00~17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.)
- วันหยุด: ไม่แน่นอน (แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนไป)
- ค่าเข้าชม: อายุ 1 ปีขึ้นไป 2,200 เยน ~ 2,600 เยน (แตกต่างกันตามวัน)
2) ความสนุกที่พลาดไม่ได้
- เบเกอรี่แสนสนุก: ร้านเบเกอรี่ที่คุณจะได้เห็นการอบขนมปังรูปหน้าอันปังแมนจริงๆ และสามารถลิ้มรสได้ ได้รับความนิยมสูงมาก
- การแสดง: มีการโชว์บนสเตจที่เหล่าคาแรคเตอร์จะออกมาปรากฏตัวตามช่วงเวลา
- โซนฟรี: นอกจากโซนพิพิธภัณฑ์ที่ต้องเสียเงินแล้ว โซนร้านค้าและศูนย์อาหารที่ชั้น 1 สามารถเข้าใช้บริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าชม และคุณสามารถเลือกซื้อสินค้าลิมิเต็ดได้มากมายที่นี่
💡 เคล็ดลับการจัดตาราง
พิพิธภัณฑ์อันปังแมนเดินจากสถานี Yokohama ประมาณ 10-15 นาที หรือใกล้กับ 'สถานี Shin-Takashima' ของสาย Minatomirai หลังจากชมพิพิธภัณฑ์แล้ว หากเดินเล่นต่อไปทาง 'Yokohama Landmark Tower' หรือ 'Cosmo World' ที่อยู่ติดกัน เส้นทางเดินเท้าจะสมบูรณ์แบบมากครับ

