TourCast
คู่มือฉบับสมบูรณ์ เที่ยวคาวาโกเอะ: ย้อนเวลาสู่สมัยเอโดะ (Little Edo, ศาลเจ้าฮิกาวะ, พาสการเดินทาง)
วันที่เขียน: อัปเดตล่าสุด:
TourCast ไม่มีโฆษณาที่ไม่จำเป็นซึ่งรบกวนการอ่าน บางข้อมูลท่องเที่ยวมีลิงก์พันธมิตร และเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์ TourCast จะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยผู้ใช้จะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
ค่าเข้าชม ค่าโดยสาร ฯลฯ ที่ระบุในเนื้อหา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่อัปเดต เนื้อหาทั้งหมดของ TourCast ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ แจกจ่าย หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการใช้เพื่อฝึก AI) ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ⓒ 2023. TourCast Co. All rights reserved.

คู่มือฉบับสมบูรณ์ เที่ยวคาวาโกเอะ: ย้อนเวลาสู่สมัยเอโดะ (Little Edo, ศาลเจ้าฮิกาวะ, พาสการเดินทาง)

คาวาโกเอะ: จุดเริ่มต้นทริป ‘เอโดะน้อย (Koedo)’ ที่ยังคงกลิ่นอายสมัยเอโดะสัมผัสบรรยากาศสมัยเอโดะใน ‘Little Edo’

คาวาโกเอะ มีความหมายว่า เอโดะขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า 'โคเอโดะ (Koedo)' เป็นพื้นที่ที่ยังคง รักษาบรรยากาศของสมัยเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการสัมผัสบรรยากาศดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวเพียง 30~50 นาที จึงเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตสำหรับทริปวันเดย์ทริปรอบนอกเมือง

1) ถนนสายบ้านโบราณ คุราซึคุริ (Kurazukuri)

ไฮไลท์ของทริปคาวาโกเอะคือ ถนนคุราซึคุริ ที่โดดเด่นด้วยผนังสีดำอันเป็นเอกลักษณ์

  • ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์: มีต้นกำเนิดมาจากรูปแบบโกดังที่ใช้เก็บข้าวและวัสดุต่างๆ ในคาวาโกเอะ ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าในสมัยเอโดะ
  • ลักษณะทางสถาปัตยกรรม: โดดเด่นด้วย โครงสร้างทนไฟ ที่ใช้ดินเหนียวหนาและปูนขาวฉาบผนังภายนอกหลายชั้นเพื่อป้องกันอัคคีภัย เนื่องจากเป็นวิธีการก่อสร้างที่มีราคาสูงมากในสมัยนั้น ตัวอาคารเหล่านี้จึงเป็น สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ของเหล่านายทุนและพ่อค้าด้วย

2) สัญลักษณ์ของคาวาโกเอะ หอระฆังโทกิโนะคาเนะ (Toki no Kane)

หอระฆังสูง 16 เมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถนนคุราซึคุริ เป็นแลนด์มาร์คที่คอยบอกเวลาให้ชาวเมืองมานานกว่า 400 ปี

  • วิธีการทำงาน: ในอดีตมีคนคอยตีระฆังโดยตรง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ระบบกลไก โดยจะส่งเสียงเหง่งหง่างที่มีเสน่ห์เฉพาะตัววันละ 4 ครั้ง (06:00, 12:00, 15:00 และ 18:00 น.)
  • ทัศนียภาพทางเสียง: เสียงระฆังนี้ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน '100 ทัศนียภาพทางเสียงของญี่ปุ่น' ซึ่งกลมกลืนกับบรรยากาศของคาวาโกเอะได้อย่างลงตัว

3) คาวาโกเอะในฤดูใบไม้ผลิ: จุดชมซากุระ

เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ คาวาโกเอะจะกลายเป็นทัศนียภาพที่มหัศจรรย์ด้วยดอกซากุระที่บานสะพรั่งคู่กับสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์

  • แม่น้ำชินกาชิ (Shingashi River): มีอุโมงค์ซากุระยาวประมาณ 500 เมตรตามแนวแม่น้ำหลังศาลเจ้าฮิกาวะ ทัศนียภาพของกลีบซากุระที่ร่วงหล่นลอยไปตามน้ำที่เรียกว่า แพดอกไม้ (Hanaikada) นั้นสวยงามอย่างยิ่ง
  • วัดคิตะอิน (Kita-in): วัดที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับตระกูลโทคุกาวะ โดดเด่นด้วยซากุระพันธุ์ย้อย (Weeping Cherry) ภายในวัดและรูปปั้นพระอรหันต์กว่า 500 รูป สร้างบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อคู่กับดอกซากุระ
ทัศนียภาพซากุระคาวาโกเอะ
ฤดูใบไม้ผลิในคาวาโกเอะที่ประสานเข้ากับอาคารประวัติศาสตร์

💡 เคล็ดลับการเดินทาง

เนื่องจากมันหวานเป็นของขึ้นชื่อของคาวาโกเอะ การเดินกินขนมระหว่างทางอย่าง ซอฟต์เสิร์ฟมันหวาน หรือ มันหวานแผ่นทอดกรอบ จึงเป็นเรื่องสนุกที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะ 'คาชิยะ โยโกโจ (ตรอกขนมหวาน)' ที่เต็มไปด้วยขนมย้อนยุคที่คุณต้องแวะให้ได้

แนะนำคอร์สเที่ยวคาวาโกเอะและเส้นทางสุดคุ้มการเข้าถึงที่สะดวกสบายผ่านสาย Tobu และ Seibu

วิธีการเดินทางไปยังคาวาโกเอะแบ่งออกเป็น 2 เส้นทางหลัก ระยะทางจากแต่ละสถานีไปยังสถานที่ท่องเที่ยวจะแตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับแผนการเดินเท้าของคุณ

  • สาย Tobu Tojo: ลงที่ สถานี Kawagoe หรือ สถานี Kawagoeshi (สะดวกหากเริ่มจากอิเคบุคุโระ)
  • สาย Seibu Shinjuku: ลงที่ สถานี Hon-Kawagoe (สะดวกหากเริ่มจากชินจูกุ)

สถานี Kawagoe และสถานี Hon-Kawagoe ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 1 กม. โดยที่ สถานี Hon-Kawagoe จะอยู่ใกล้กับ ‘ย่านร้านค้าอิจิบันไก’ ซึ่งเป็นถนนสายหลักของคาวาโกเอะมากกว่า โดยเดินใกล้กว่าประมาณ 10 นาที

เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!

เที่ยวคาวาโกเอะแบบครึ่งวันหรือเต็มวัน

หากคุณวางแผน ทริปครึ่งวัน การเคลื่อนที่ตาม เส้นทางสีน้ำเงิน ที่แสดงในแผนที่ท่องเที่ยวจะช่วยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

เส้นทางแนะนำคือการเดินเท้าช้าๆ ตามลำดับ ย่านร้านค้า Crea Mall → ศาลเจ้าคุมาโนะ → ย่านร้านค้าอิจิบันไก → ตรอกขนมหวานคาชิยะโยโกโจ

ในขากลับ หากกังวลเรื่องกำลังขา แนะนำให้นั่ง รถบัส หรือหากเดินทาง 3-4 คน การนั่งแท็กซี่ กลับไปยังสถานีก็เป็นวิธีที่ดี

หากต้องการไปถึง ศาลเจ้าฮิกาวะ แผนการเดินทางจะง่ายขึ้นมาก หากนั่งรถบัสหรือแท็กซี่จากสถานีไปถึงศาลเจ้าฮิกาวะก่อน แล้วค่อยเดินย้อนกลับลงมาทางสถานีผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

แผนที่คาวาโกเอะ
แผนที่ท่องเที่ยวคาวาโกเอะ

หากคุณมีเวลา เต็มวัน ขอแนะนำให้ใช้ 'รถบัสเวียนชมสถานที่โคเอโดะ (Koedo Meisho Meguri Bus)' ซึ่งออกเดินทางจากป้ายหมายเลข 3 ทางออกทิศตะวันออกของสถานี Kawagoe

การนั่งรถบัสสายนี้วนตามเข็มนาฬิกาตามลำดับ วัดคิตะอิน → ศาลเจ้าฮิกาวะ → ตรอกขนมหวานคาชิยะโยโกโจ → ย่านร้านค้าอิจิบันไก → ศาลเจ้าคุมาโนะ → Crea Mall จะช่วยให้คุณเที่ยวชมจุดสำคัญของคาวาโกเอะได้อย่างครบถ้วน

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปคาวาโกเอะ: คู่มือเจาะลึกสาย Tobu & Seibuเปรียบเทียบค่าโดยสาร ประเภทรถไฟ และเวลาเดินทาง

คุณสามารถเลือกเดินทางจากโตเกียวไปยังคาวาโกเอะได้ระหว่างสาย รถไฟ Tobu และ รถไฟ Seibu ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและประเภทรถไฟที่ต้องการ

1) การใช้สาย Tobu Tojo (เริ่มต้นจากอิเคบุคุโระ)

เป็นวิธีที่นิยมที่สุดโดยเริ่มจากสถานี Ikebukuro

  • ค่าโดยสาร: เที่ยวเดียว 490 เยน
  • ประเภทรถไฟ: สามารถลดเวลาเดินทางได้มากหากเลือกใช้ 'Kawagoe Tokkyu', 'Kaisoku Kyuko' หรือ 'Kyuko (Express)' (ค่าโดยสารเท่ากับรถไฟธรรมดา)
  • สถานีปลายทาง: สถานี Kawagoe หรือ สถานี Kawagoeshi

2) การใช้สาย Seibu Shinjuku (เริ่มต้นจากชินจูกุ)

เป็นเส้นทางที่สะดวกที่สุดสำหรับผู้ที่พักอยู่ในย่านชินจูกุ

  • ค่าโดยสาร: จาก Seibu-Shinjuku/Takadanobaba เที่ยวเดียว 600 เยน (จากอิเคบุคุโระ 560 เยน)
  • ประเภทรถไฟ: แนะนำให้นั่งสาย 'Kyuko (Express)' หรือ 'Junkyu (Semi-Express)'
  • รถไฟด่วนพิเศษ (Red Arrow): รถไฟที่ระบุว่า 'Limited Express (特急)' ในตารางเวลาจะเป็นที่นั่งระบุเลขทุกที่นั่ง หากต้องการขึ้นต้องซื้อ ตั๋วรถไฟด่วน (600 เยน) แยกต่างหาก ซึ่งจะเดินทางได้รวดเร็วและสะดวกสบายกว่ามาก
  • สถานีปลายทาง: สถานี Hon-Kawagoe (ใกล้กับย่านถนนโบราณคุราซึคุริที่สุด)
ตารางเวลาจากเซบุชินจูกุ ตารางเวลาจากฮงคาวาโกเอะ ข้อมูลรถด่วน Red Arrow

💡 เคล็ดลับการเดินทางแบบต่อเดียวถึง (ผ่านสาย Fukutoshin)

หากใช้รถไฟใต้ดินสาย Fukutoshin จากสถานี Shibuya คุณสามารถนั่งรถไฟที่วิ่งเชื่อมต่อกับสาย Tobu Tojo ได้ทันที ทำให้ไปถึงคาวาโกเอะได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และหากคุณถือ Tokyo Subway Ticket คุณเพียงแค่ชำระส่วนต่างค่าโดยสารหลังจากเลยสถานีเขตเชื่อมต่อเพียง 330 เยน เท่านั้น ซึ่งประหยัดมาก

แม้จะมีวิธีนั่งสาย Saikyo จากสถานี JR Shinjuku ผ่านทางโอมิยะ แต่ค่าโดยสารแพงกว่าและเวลาเดินทางไม่ต่างกับรถไฟเอกชน (Tobu/Seibu) มากนัก โดยทั่วไปจึงไม่แนะนำวิธีนี้

คู่มือรถบัสเวียนคาวาโกเอะ: วิธีแยกประเภท Tobu Bus vs Eagle Busทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘Meisho Meguri’ และ ‘Meguri’

แม้จุดสำคัญในคาวาโกเอะจะเดินถึงกันได้ แต่หลายคนเลือกใช้รถบัสเวียนเพื่อความสะดวก อย่างไรก็ตาม ต้องระบุให้ชัดเจนว่า มีบริษัทดำเนินกิจการ 2 แห่ง และแต่ละแห่งใช้พาสแยกกัน หากขึ้นรถบัสไม่ตรงกับพาสที่มี คุณอาจต้องจ่ายค่าโดยสารซ้ำซ้อน โปรดระวัง

1) รถบัส Koedo Meisho Meguri (ดำเนินการโดย Tobu Bus)

ส่วนใหญ่ออกเดินทางจากทางออกทิศตะวันออกของสถานี Kawagoe เป็นรถบัสขนาดใหญ่ปกติ

  • จุดเริ่มต้น: ป้ายหมายเลข 3 ทางออกทิศตะวันออก สถานี Kawagoe
  • ลักษณะ: วนรอบสถานที่สำคัญในทิศทวนเข็มนาฬิกา ใน Google Maps จะแสดงเป็นสาย '名01'
  • หมายเลขป้าย: T1 ~ T15
  • เคล็ดลับการใช้: สามารถใช้ 'Kawagoe 1-Day Bus Pass' เพื่อขึ้นลงได้ไม่จำกัด เพียงแสดงพาสให้คนขับดูตอนลงรถ

2) รถบัส Koedo Meguri (ดำเนินการโดย Eagle Bus)

เป็นรถบัสดีไซน์คลาสสิก (Bonnet Bus) ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเดินทาง

  • จุดเริ่มต้น: ทางออกทิศตะวันตก สถานี Kawagoe
  • การแบ่งคอร์ส:
    • คอร์ส CO1: วนทวนเข็มนาฬิกามุ่งหน้า วัดคิตะอิน → ตรอกขนมหวานคาชิยะโยโกโจ
    • คอร์ส CO2: วิ่งไป-กลับเน้นช่วง ย่านร้านค้าอิจิบันไก ↔ ศาลเจ้าฮิกาวะ
  • ค่าโดยสาร: เที่ยวเดียว 220 เยน (ใช้บัตร IC Card ได้)
  • หมายเลขป้าย: E1 ~ E18
  • ข้อควรระวัง: รถบัสนี้ใช้ได้เฉพาะ '1-Day Free Pass' ของ Eagle Bus เท่านั้น ไม่สามารถใช้พาสของ Tobu Bus ขึ้นได้

💡 เคล็ดลับป้องกันความสับสน

รถบัสทั้งสองแบบใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า 'Loop Bus' เหมือนกันทำให้แยกยาก วิธีแยกที่แน่นอนที่สุดคือ ตำแหน่งของป้ายที่ออกเดินทาง

  • หากขึ้นที่ ทางออกทิศตะวันออก คือ 'Meisho Meguri (Tobu Bus)'
  • หากขึ้นที่ ทางออกทิศตะวันตก คือ 'Junkan Meguri (Eagle Bus)' ตรวจสอบบริษัทของพาสที่คุณซื้อก่อนแล้วจึงเดินไปยังจุดขึ้นรถที่ถูกต้อง

3) สรุปเปรียบเทียบเส้นทาง

ประเภทMeisho (名所) MeguriJunkan (巡回) Meguri
ผู้ดำเนินกิจการTobu BusEagle Bus
จุดขึ้นรถสถานี Kawagoe ทางออกทิศตะวันออกสถานี Kawagoe ทางออกทิศตะวันตก
รหัสสาย名01 (ป้ายรหัส T)C01 / C02 (ป้ายรหัส E)
พาสเฉพาะKawagoe 1-Day Bus PassEagle Bus Free Pass

พาสการเดินทางที่ต้องมีสำหรับคาวาโกเอะ: สรุปพาสส่วนลดรถบัสและรถไฟพาสสุดคุ้มสำหรับนักเที่ยวคาวาโกเอะ

พาสที่มีประโยชน์สำหรับทริปคาวาโกเอะแบ่งออกเป็น พาสสำหรับรถบัสเวียน และ พาสที่รวมรถไฟไป-กลับโตเกียว เลือกตามสไตล์การเที่ยวของคุณ (เน้นเดิน vs เน้นใช้รถบัส)

1) พาสเฉพาะสำหรับรถบัส

พาสเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะกับรถบัสเวียนของบริษัทที่กำหนดเท่านั้น โปรดระวังเนื่องจากดีไซน์และเส้นทางรถต่างกัน

ชื่อพาสราคา (ผู้ใหญ่)รถบัสที่ใช้ได้
Koedo Kawagoe 1-Day Bus Pass500 เยนMeisho Meguri Bus (Tobu)
1-Day Free Pass600 เยนCO-EDO Loop Bus (Eagle)
  • บัตร Tobu Bus: สามารถซื้อตั๋วดิจิทัลผ่านแอป Japan Transit Planner ได้
  • บัตร Eagle Bus: มีกิจกรรมพิเศษ ทุกวันที่ 8, 18 และ 28 ของเดือน หากสวมชุด กิโมโน ขึ้นรถ สามารถซื้อพาสได้ในราคาเพียง 400 เยน (ชำระด้วยเงินสดเท่านั้น)

2) พาสรถไฟสาย Tobu Tojo (เริ่มต้นจากอิเคบุคุโระ)

ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อมาเยือนคาวาโกเอะจากสถานี Ikebukuro

  • KAWAGOE DISCOUNT PASS Premium: ผู้ใหญ่ 1,200 เยน / เด็ก 600 เยน
    • เป็นการรวมร่างที่ลงตัวระหว่าง รถไฟไป-กลับ + รถบัสเวียนของ Tobu ไม่จำกัด หากวางแผนจะขึ้นรถบัสเกิน 2 ครั้ง พาสนี้จะคุ้มค่ามาก

3) พาสรถไฟสาย Seibu (เริ่มต้นจากชินจูกุ/ทากาดาโนบาบะ)

แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มจากย่านชินจูกุ หรืออยากเก็บสะสมตั๋วจริงที่มีดีไซน์สวยงามเป็นรูปเครื่องราง

  • SEIBU KAWAGOE PASS: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน (ไม่มีราคาเด็ก)
    • เป็นพาสพื้นฐานที่รวมเฉพาะตั๋วรถไฟไป-กลับ โดดเด่นด้วยดีไซน์เครื่องรางนำโชค
  • SEIBU KAWAGOE PASS + ตั๋วรถบัส CO-EDO: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน
    • รวมตั๋วรถไฟไป-กลับและพาส 1 วันของรถบัส Eagle (CO-EDO Loop Bus) เข้าด้วยกัน (ตั๋วสีฟ้า)

💡 คู่มือการเลือก

สิทธิประโยชน์ส่วนลดตามร้านค้าส่วนใหญ่มักจะ ใช้ได้เพียงแค่แสดงพาส โดยไม่เกี่ยงประเภทพาส แต่อย่าลืมโชว์พาสให้พนักงานดูก่อนชำระเงิน (ตอนสั่งอาหาร) เพื่อรับสิทธิ์นะครับ!


เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!

2 จุดน่าสนใจที่ศาลเจ้าฮิกาวะ ดินแดนแห่งความโรแมนติกและการผูกสัมพันธ์

1) ศาลเจ้าฮิกาวะ สัญลักษณ์แห่งสายใยและประเพณี

ศาลเจ้าฮิกาวะเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในคาวาโกเอะ และเป็น สถานที่ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,500 ปี

ทัศนียภาพศาลเจ้าฮิกาวะ
ทางเข้าศาลเจ้าฮิกาวะที่มีบรรยากาศเงียบสงบ

ที่นี่ โด่งดังมากในเรื่องดวงความรักและการผูกสัมพันธ์ ทุกเช้าเวลา 08:00 น. จะมีการแจก 'Enmusubi-dama (หินผูกสายใย)' ฟรี จำกัดเพียง 20 ชิ้นต่อวันหินกรวดที่ผ่านพิธีชำระล้างโดยมิโกะจะถูกบรรจุในถุงตาข่าย การแข่งขันสูงมากจนต้องมาต่อคิวรอรับบัตรคิวตั้งแต่เช้าตรู่

นอกจากนี้ กิจกรรม ตกเซียมซีปลาไท ก็เป็นความสนุกที่พลาดไม่ได้ คำว่าปลาไท (Tai) ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงคล้ายกับคำว่า ‘Medetai’ ที่หมายถึงความเป็นมงคล

ปลาไทสีชมพูสื่อถึง ดวงความรัก ส่วนสีแดงสื่อถึง ดวงชะตาโดยรวมในปีนั้น โดยเฉพาะคำที่เขียนบนปลาสีชมพูว่า 'Aitai' เป็นการเล่นคำที่น่ารักซึ่งหมายถึง 'อยากพบ (ความสัมพันธ์ที่ดี)'

ตกปลาไทศาลเจ้าฮิกาวะ
เซียมซีปลาไทที่ให้ความสนุกจากการใช้เบ็ดตกขึ้นมาเอง
2) ความโรแมนติกยามค่ำคืนในฤดูร้อน เทศกาลกระดิ่งลม (Fuuring)

ในฤดูร้อนของทุกปี (ก.ค. ~ ต้น ก.ย.) จะมีการจัดเทศกาล 'Enmusubi Fuurin' ซึ่งจะมีการติดตั้ง กระดิ่งลมแก้วมากกว่า 2,000 ลูก

เสียงกระดิ่งลมที่พริ้วไหวตามลมเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นในฤดูร้อนของญี่ปุ่น ผู้มาสักการะจะเขียนคำอธิษฐานลงบนแผ่นกระดาษ (Tanzaku) แล้วแขวนไว้ที่กระดิ่งเพื่อให้ลมพัดพาความปรารถนาไปถึงสวรรค์

เทศกาลกระดิ่งลมศาลเจ้าฮิกาวะ
อุโมงค์กระดิ่งลมยามค่ำคืนที่ให้บรรยากาศราวกับความฝัน

โดยเฉพาะหลังจากพระอาทิตย์ตกดิน จะมีการแสดง 'สายน้ำแห่งแสง (Hikaru Kawa)' โดยการเปิดไฟประดับลำธารเล็กๆ ภายในศาลเจ้า หากต้องการรูปถ่ายที่ดูลึกลับและสวยงาม แนะนำให้ มาเยือนในช่วงเวลา 18:30~20:00 น.