TourCast
คู่มือฉบับสมบูรณ์ เที่ยวภูเขาไฟฟูจิ & คาวากุจิโกะ: พิชิตจุดเช็คอินยอดฮิต รถบัสทัวร์ และจุดถ่ายรูป
วันที่เขียน: อัปเดตล่าสุด:
TourCast ไม่มีโฆษณาที่ไม่จำเป็นซึ่งรบกวนการอ่าน บางข้อมูลท่องเที่ยวมีลิงก์พันธมิตร และเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์ TourCast จะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยผู้ใช้จะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
ค่าเข้าชม ค่าโดยสาร ฯลฯ ที่ระบุในเนื้อหา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่อัปเดต เนื้อหาทั้งหมดของ TourCast ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ แจกจ่าย หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการใช้เพื่อฝึก AI) ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ⓒ 2023. TourCast Co. All rights reserved.

คู่มือฉบับสมบูรณ์ เที่ยวภูเขาไฟฟูจิ & คาวากุจิโกะ: พิชิตจุดเช็คอินยอดฮิต รถบัสทัวร์ และจุดถ่ายรูป

ชมวิวฟูจิอันตระการตา: มนต์เสน่ห์แห่งการเที่ยวคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิสรุปเวลาเดินทาง ค่าโดยสาร และข้อมูลการเปลี่ยนรถโดยบัสและรถไฟ

คาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ เป็นหนึ่งใน จุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิในระยะใกล้ที่สวยที่สุด ในวันที่อากาศแจ่มใส ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องการชมภาพ 'ฟูจิสะท้อนน้ำ (Sakasa Fuji)' ที่เงียบสงบราวกับกระจกบนผิวน้ำทะเลสาบ นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวครบครัน ทั้งเรือสำราญ กระเช้าลอยฟ้า และคาเฟ่แช่เท้า เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

ทัศนียภาพฟูจิสะท้อนน้ำที่คาวากุจิโกะ
ภาพฟูจิสะท้อนน้ำอันน่าอัศจรรย์ที่เห็นได้จากทะเลสาบคาวากุจิโกะ

1) สถานที่ใกล้เคียง: โอชิโนะฮักไก & สวนเซ็นเก็น

รอบๆ ภูเขาไฟฟูจินอกจากทะเลสาบคาวากุจิโกะแล้ว ยังมีจุดเช็คอินที่มีเสน่ห์อีกมากมาย

  • โอชิโนะฮักไก: หมู่บ้านโบราณที่ประกอบด้วยบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 8 บ่อ ซึ่งเกิดจากน้ำใต้ดินที่มาจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ ทัศนียภาพของ น้ำพุที่ใสราวกับคริสตัลและบ้านหลังคามุงจากแบบเก่า ยังคงรักษาความงามแบบคลาสสิกของญี่ปุ่นไว้ได้อย่างสมบูรณ์
  • สวนอาราคุรายามะ เซ็นเก็น: ตั้งอยู่ในย่านชิโมโยชิดะ มอบทัศนียภาพที่เหมือนหลุดออกมาจากโปสการ์ดด้วยภาพ เจดีย์ห้าชั้นสีแดงคู่กับภูเขาไฟฟูจิ แม้จะต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 400 ขั้น แต่ทิวทัศน์ที่ปลายทางนั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง
  • ถนนฮอนโจ (Honcho Street): ย่านร้านค้าเก่าแก่ใกล้สถานีชิโมโยชิดะ ด้วยมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ที่ดูเหมือนภูเขาไฟฟูจิมาตั้งตระหง่านอยู่ที่ปลายถนน ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตใน SNS เมื่อไม่นานมานี้

2) สวนสนุกสุดเสียว: ฟูจิคิว ไฮแลนด์

หากคุณต้องการความสนุกที่ท้าทาย ขอแนะนำ ฟูจิคิว ไฮแลนด์ (Fuji-Q Highland) ที่นี่รวบรวมรถไฟเหาะที่มีความชันและความเร็วระดับโลกจนได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ทิ้งตัวในแนวดิ่งโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง

💡 เคล็ดลับการเดินทาง

ย่านคาวากุจิโกะตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าในเมืองและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย บ่อยครั้งที่ภูเขาไฟฟูจิจะถูกเมฆบังจนมองไม่เห็น ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศแบบเรียลไทม์และค่า ทัศนวิสัยของภูเขาไฟฟูจิ (Visibility) ให้ดี

คอร์สแนะนำรอบคาวากุจิโกะและภูเขาไฟฟูจิ: วันเดย์ทริป vs ค้างคืน 2 วัน 1 คืนคอร์สแนะนำสำหรับสนุกกับคาวากุจิโกะและสถานที่สำคัญใกล้เคียง

รอบทะเลสาบคาวากุจิโกะมี สถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น ฟูจิคิว ไฮแลนด์, โอชิโนะฮักไก, ถนนฮอนโจ ชิโมโยชิดะ และจุดชมวิวสวนเซ็นเก็น ดังนั้นแทนที่จะดูแค่คาวากุจิโกะแล้วกลับ ควรเลือกสถานที่ที่ตรงตามความชอบ 2-3 แห่ง เพื่อการเดินทางที่มีประสิทธิภาพ

1) คู่มือการวางแผนตารางเวลา

  • วันเดย์ทริป (ไปเช้า-เย็นกลับ): หากเริ่มจากโตเกียวแต่เช้าตรู่ จะสามารถเที่ยวได้สูงสุดถึง 3 แห่ง เพื่อประหยัดเวลาควรจัดเส้นทางสั้นๆ โดยใช้สถานีคาวากุจิโกะเป็นศูนย์กลาง
  • 2 วัน 1 คืน: แนะนำให้พักที่เรียวกังริมทะเลสาบเพื่อดื่มด่ำกับภาพภูเขาไฟฟูจิที่เปลี่ยนแปลงไปตามแสงของดวงอาทิตย์ตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนถึงอาทิตย์ตก
  • แนะนำรถบัสทัวร์: หากคุณกังวลเรื่องการเปลี่ยนขนส่งสาธารณะหรือการจัดตารางเวลาที่ซับซ้อน รถบัสทัวร์เฉพาะ คือทางเลือกที่ดีที่สุด คุณสามารถเริ่มเดินทางจากจุดนัดพบที่กำหนดและเที่ยวชมจุดสำคัญได้อย่างสะดวกสบายตามคำแนะนำของไกด์

2) ข้อควรระวังเมื่อใช้รถบัสทางหลวง

เส้นทางรถบัสทางหลวงไปยังย่านคาวากุจิโกะมีความละเอียดมาก จึงต้องตรวจสอบให้ดีขณะจอง

  • การจอดที่ชิโมโยชิดะ: รถบัสทางหลวงจากชินจูกุ บางเที่ยวจะไม่จอดที่ชิโมโยชิดะ (ใกล้สวนเซ็นเก็น) หากคุณมีแผนจะไปชิโมโยชิดะเป็นที่แรก ต้องตรวจสอบป้ายที่รถจอดก่อนทำการจองเสมอ
  • ป้องกันการลงผิดป้าย: หากขึ้นรถสายที่ไม่จอด คุณอาจต้องนั่งเลยไปถึงสถานีคาวากุจิโกะแล้วนั่งรถไฟย้อนกลับมา ซึ่งจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา
  • การตั้งจุดขึ้นรถที่ถูกต้อง: หากจุดขึ้นรถที่จองไว้กับจุดที่ขึ้นจริงไม่ตรงกัน อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกถือว่า No-show ดังนั้นต้อง จองให้ตรงกับจุดที่ตั้งใจจะขึ้นรถจริง

💡 เคล็ดลับการเลือกที่นั่ง เมื่อนั่งรถบัสทางหลวงจากโตเกียวมุ่งหน้าสู่คาวากุจิโกะ หากเลือก ที่นั่งฝั่งซ้าย ตามทิศทางการวิ่ง คุณจะได้เพลิดเพลินกับภาพภูเขาไฟฟูจิที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผ่านทางหน้าต่าง

เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!

จัดรูทสมบูรณ์แบบด้วย Q-Pack: เช้าชมทะเลสาบ บ่ายเล่นรถไฟเหาะ

การจัดตารางให้ช่วงเช้าเที่ยวทะเลสาบคาวากุจิโกะและช่วงบ่ายไปสนุกสุดเหวี่ยงที่ฟูจิคิว ไฮแลนด์ นั้นเป็นไปได้จริง

  • ใช้สินค้า Q-Pack: เป็นตั๋วชุดสุดคุ้มที่รวมตั๋วรถบัสทางหลวงไป-กลับและฟรีพาสฟูจิคิว ไฮแลนด์เข้าด้วยกัน
    • ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในตอนโตเกียว ตอนที่ 2 หัวข้อสวนสนุก
  • เส้นทางแนะนำ: ชินจูกุ/ชิบูย่า → ลงที่สถานี Kawaguchiko → เคลื่อนที่ไปฟูจิคิว ไฮแลนด์ → กลับถึงชินจูกุ/ชิบูย่า เส้นทางนี้จะลื่นไหลที่สุด
  • เคล็ดลับการเคลื่อนที่: แม้จะจองด้วย Q-Pack คุณก็สามารถลงที่สถานีคาวากุจิโกะก่อนได้ ระยะทางระหว่างสองสถานีนี้ใช้รถไฟเพียง 2 นาที (180 เยน) หรือนั่งแท็กซี่ก็ราคาเริ่มต้นเท่านั้น
  • การใช้กับแผนพักค้างคืน: หากมีตารางเที่ยวมากกว่า 1 คืน คุณสามารถตั้งวันที่ออกเดินทางและวันที่กลับให้แตกต่างกันได้เพื่อให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น

หากต้องการชมฟูจิให้ชัดเจนและสนุกกับเครื่องเล่นได้อย่างเต็มที่ การตรวจสอบ สภาพอากาศ เป็นสิ่งจำเป็น

หากมีเมฆมาก หมอกอาจจะบังภูเขาไฟฟูจิ และในวันที่ฝนตก เครื่องเล่นหลักอาจจะหยุดให้บริการควรเช็คทัศนวิสัยแบบเรียลไทม์ผ่าน Live Cam และตรวจสอบตารางเดินเครื่องเล่นก่อนไป สำหรับผู้ที่ไม่ได้เล่นเครื่องเล่น สามารถขอ บัตรเข้าชมฟรีที่ประตูทางเข้า เพื่อเข้าไปเดินเล่นพร้อมกับเพื่อนร่วมทริปได้

ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ การจราจรบนทางหลวงขากลับเข้าโตเกียวอาจติดขัดหนักมาก แนะนำให้เลือกเดินทางในวันธรรมดา หากเป็นไปได้

พิชิตทะเลสาบคาวากุจิโกะ: ทัวร์จักรยานและจุดชมวิวกระเช้าลอยฟ้าจุดชมวิว 'ฟูจิวิวมุมเด็ด' ผ่านจักรยานและกระเช้าลอยฟ้า

เมื่อเร็วๆ นี้ คาวากุจิโกะ ได้กลายเป็นหนึ่งใน จุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ในแถบรอบนอกโตเกียว 'คาวากุจิโกะ (Lake Kawaguchi)' เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ 'จุดชมฟูจิวิวมุมเด็ด' ที่คุณสามารถชื่นชมความงามของฟูจิและทะเลสาบได้พร้อมกัน

วิธีชมภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบให้เต็มอิ่ม มี 2 วิธีหลักดังนี้:

  • การปั่น จักรยาน เลียบทะเลสาบไปยัง สวนสาธารณะนางาซากิ
  • การขึ้น กระเช้าลอยฟ้าฟูจิพานอรามา เพื่อชมวิวจากมุมสูงบนยอดเขา

1) การเช่าจักรยาน

  • สิ่งที่ต้องเตรียม: แนะนำให้พก ข้อมูลพาสปอร์ต ไปด้วยเนื่องจากบางร้านอาจขอดูข้อมูลเพื่อการเช่า
  • ค่าเช่าโดยประมาณ:
    • จักรยานทั่วไป: 1 ชม. 500 เยน / 3 ชม. 1,500 เยน / ทั้งวันประมาณ 2,500 เยน
    • จักรยานไฟฟ้า: 1 ชม. ประมาณ 600 เยน~ (แนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ใช้ จักรยานไฟฟ้า เพราะมีทางลาดชันเยอะ)
ตำแหน่งร้านเช่าหลัก

2) กระเช้าลอยฟ้าภูเขาไฟฟูจิพานอรามา (Mt. Fuji Panoramic Ropeway)

ที่นี่เป็นฉากหลังของตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่อง 'Kachikachi-yama' คุณจะได้พบกับตัวละครทานูกิและกระต่ายจากตำนานตามจุดต่างๆ ของกระเช้า

  • ศาลเจ้ากระต่าย (Usagi Jinja): บนจุดชมวิวมีรูปปั้นกระต่ายสองตัว ตัวซ้าย (ตัวที่ยืน) สื่อถึง ขาที่แข็งแรง ตัวขวา (ตัวที่นั่ง) สื่อถึง สติปัญญาที่เฉลียวฉลาด ลองสัมผัสรูปปั้นเพื่อขอพรดู
  • เวลาทำการ: 08:30 ~ 17:00 น. (อาจขยายเวลาตามฤดูกาล ขึ้นรอบสุดท้ายก่อนปิด 30 นาที)
  • ค่าบริการ: ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก 500 เยน (เที่ยวเดียว ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็ก 300 เยน)

3) จุดถ่ายรูปหลักที่คาวากุจิโกะ

  • ทางรถไฟสถานีคาวากุจิโกะ: จุดที่สามารถเก็บภาพรถไฟคลาสสิกคู่กับฟูจิได้ในเฟรมเดียว
  • สวนสาธารณะนางาซากิ: ห่างจากสถานีคาวากุจิโกะประมาณ 5 กม. เป็นจุดชมวิวที่เห็นฟูจิตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเหนือทะเลสาบ
  • ร้านสะดวกซื้อ Lawson สาขาหน้าสถานีคาวากุจิโกะ:
    • เคยมีปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวล้นข้ามจนมีการติดตั้งแผ่นบังตา แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็น รั้วกั้นเพื่อความปลอดภัยของคนเดินเท้าและแผ่นบังตาแบบเตี้ย แทน
    • ยังสามารถถ่ายรูปได้ แต่ ห้ามข้ามถนนโดยผิดกฎหมายเด็ดขาด และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เพื่อมารยาทที่ดีในการท่องเที่ยว
ทัศนียภาพร้านสะดวกซื้อคาวากุจิโกะ
📷 โปรดถ่ายรูปอย่างมีมารยาทในตำแหน่งที่ปลอดภัยนะครับ!

💡 เคล็ดลับการเดินทาง

กระเช้าลอยฟ้ามีชื่อเสียงเรื่องคิวที่ยาวมาก หากต้องการประหยัดเวลารอ แนะนำให้ไปถึงก่อน 9 โมงเช้า หรือเลือกเช่าจักรยานปั่นไปทาง สวนสาธารณะโออิชิ ทางทิศเหนือของทะเลสาบเพื่อเดินเล่นอย่างผ่อนคลายแทน

โอชิโนะฮักไก หมู่บ้านโบราณกับบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งแปดหมู่บ้านน้ำใสบริสุทธิ์จากธารน้ำพุภูเขาไฟฟูจิ

ชื่อ 'โอชิโนะฮักไก (Oshino Hakkai)' มาจากการรวมคำว่า 'โอชิโนะ' (ชื่อสถานที่) และคำว่า 'ฮักไก' ที่แปลว่าทะเลทั้งแปด ในความเป็นจริงที่นี่ไม่มีทะเล แต่หมายถึง บ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 บ่อ ที่เกิดจากน้ำที่ละลายจากหิมะบนยอดเขาฟูจิแล้วซึมผ่านชั้นหินลงไปเป็นน้ำใต้ดินก่อนจะผุดขึ้นมา

ทั่วทั้งหมู่บ้านยังคงรักษาบ้านเรือนแบบดั้งเดิมสไตล์ กัตโชซึคุริ (Gassho-zukuri) ไว้ จุดเด่นคือหลังคามุงจากที่มีความชันมากคล้ายคนพนมมือ เพื่อรองรับน้ำหนักและป้องกันหลังคาถล่มในภูมิภาคที่มีหิมะตกหนัก

บ้านแบบดั้งเดิมกัตโชซึคุริ
บ้านสไตล์กัตโชซึคุริที่โดดเด่นด้วยหลังคาทรงสูงชัน

โอชิโนะฮักไกเป็นหมู่บ้านที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ คุณจึงสามารถเดินชมได้ฟรีโดยไม่มีค่าเข้าชม จะมีเพียงบางส่วนเช่นจุดชมวิวหรือหอจัดแสดงพื้นบ้านเท่านั้นที่ต้องเสียค่าบริการแยกต่างหาก

💡 เคล็ดลับการชิมน้ำแร่

ในหมู่บ้านมี จุดที่สามารถดื่มน้ำพุจากภูเขาไฟฟูจิได้โดยตรง แม้จะมีกระบวยเตรียมไว้ให้ แต่การพก กระบอกน้ำหรือขวดเปล่า ไปเองจะสะดวกกว่ามาก (หากซื้อขวดเปล่าที่หน้างานราคาประมาณ 200 เยน)

1) วิธีการเดินทาง

จากสถานีคาวากุจิโกะ หรือสถานีฟูจิซัน ให้นั่ง รถบัสเวียน Fujikko-go, รถบัสพิเศษ Oshino Hakkai, หรือ รถบัสประจำทางสายที่ไปโกเท็มบะ แล้วลงที่ป้าย 'Oshino Hakkai'

  • จากสถานีคาวากุจิโกะ: ใช้เวลาประมาณ 20~30 นาที (เที่ยวละ 620 เยน)
  • จากสถานีฟูจิซัน: ใช้เวลาประมาณ 15~20 นาที (เที่ยวละ 450 เยน)

2) บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งแปดอันลึกลับ

บ่อ นากาอิเกะ (Naka-ike) ที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านนั้นดูสวยงามและน้ำใสจนมองเห็นก้นบ่อที่ลึกถึง 8 เมตร แต่แท้จริงแล้วบ่อนี้เป็นบ่อที่ขุดขึ้นมาใหม่ และไม่ได้รวมอยู่ในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 ตามทางการของโอชิโนะฮักไก

ทัศนียภาพบ่อนากาอิเกะ โอชิโนะฮักไก
บ่อนากาอิเกะที่ใสจนไม่น่าเชื่อว่าลึกถึง 8 เมตร

ตำแหน่งและลักษณะของ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 8 แห่งโอชิโนะฮักไก มีดังนี้:

  • Deguchi-ike: บ่อที่ใหญ่ที่สุด ในอดีตเป็นสถานที่ที่นักแสวงบุญภูเขาไฟฟูจิใช้ชำระร่างกาย
  • Okama-ike: บ่อที่เล็กที่สุด แต่มีภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจของน้ำที่ผุดขึ้นมาเหมือนหม้อต้มน้ำ
  • Sokonashi-ike: บ่อที่มีตำนานเล่าว่าไม่มีก้นบ่อ ตั้งอยู่ภายในหอจัดแสดงจึงต้องเสียค่าเข้าชม
  • Choshi-ike: มีรูปร่างคล้ายขวดเหล้าสาเก และมีทรายผุดขึ้นมาเหมือนกำลังเต้นระบำที่ก้นบ่อ
  • Waku-ike: บ่อหลักของหมู่บ้านที่มีปริมาณน้ำมหาศาล น้ำที่นี่เคยได้รับเลือกให้เป็น น้ำสำหรับใช้ในการทดลองในอวกาศของ NASA เนื่องจากมีคุณภาพดีเยี่ยม
  • Nigori-ike: แม้ชื่อจะแปลว่า 'ขุ่น' แต่จริงๆ แล้วน้ำใส มีตำนานเล่าว่าน้ำเคยขุ่นมัวเพราะคนใจแคบ
  • Kagami-ike: ผิวน้ำเรียบเหมือนกระจก เป็นจุดถ่ายรูปที่สะท้อนภาพ ฟูจิสะท้อนน้ำ ได้ชัดเจนที่สุด
  • Shobu-ike: บ่อที่มีดอกไอริส (โชบุ) บาน มีเรื่องเล่าว่าช่วยเยียวยาโรคภัยได้

จุดเช็คอิน Instagram ชิโมโยชิดะ: เจดีย์ห้าชั้นสวนเซ็นเก็นและถนนฮอนโจจุดถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิให้ดูดราม่าติก

ชิโมโยชิดะคือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของช่างภาพสายแลนด์สเคป ที่จะเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิได้ดราม่าติกที่สุด โดยเฉพาะ สวนอาราคุรายามะ เซ็นเก็น (Arakurayama Sengen Park) เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ปรากฏอยู่ในสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่นอยู่เสมอ

ทัศนียภาพจุดชมวิวสวนเซ็นเก็น
ทิวทัศน์อันงดงามของสวนเซ็นเก็นที่รวมฟูจิและเจดีย์ห้าชั้นสีแดงไว้ด้วยกัน

1) สวนอาราคุรายามะ เซ็นเก็น

ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปชื่อดังระดับโลกที่คุณสามารถเก็บภาพภูเขาไฟฟูจิ, เจดีย์ห้าชั้น (Chureito Pagoda) และดอกซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาลไว้ในเฟรมเดียวกันได้

  • จุดที่ควรชม: ทางเดินขึ้นสู่จุดชมวิวมีความสวยงามตลอดทั้งสี่ฤดู โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เจดีย์เปิดไฟประดับโดยมีท้องฟ้าสีส้มยามอาทิตย์อัสดงและภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังนั้นงดงามที่สุด
  • ข้อมูลการใช้งาน: เข้าชมฟรี เดินเท้าจากสถานีชิโมโยชิดะประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงทางขึ้นบันได

2) ถนนฮอนโจ (Honcho Street) ถนนสไตล์เรโทร

รอบๆ สถานีชิโมโยชิดะยังคงบรรยากาศย้อนยุคที่ชวนให้นึกถึงสมัยโชวะ โดยเฉพาะ ถนนฮอนโจ ได้รับความนิยมอย่างมากใน SNS เนื่องจากมุมมองที่มีเอกลักษณ์ซึ่งเห็นภูเขาไฟฟูจิขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ที่ปลายทางเดินของย่านร้านค้าพอดี

ถนนฮอนโจ ชิโมโยชิดะ
ทัศนียภาพถนนฮอนโจที่เหมือนมีภูเขาไฟฟูจิแขวนอยู่ที่ปลายถนน

💡 กฎความปลอดภัยสำหรับผู้เข้าชม

การขึ้นไปสู่จุดชมวิวสวนเซ็นเก็นต้องขึ้น บันไดทั้งหมด 397 ขั้น ซึ่งสูงเทียบเท่าตึก 22 ชั้น จำเป็นต้องสวมรองเท้าที่เดินสบาย (หากขึ้นบันไดไม่ไหว มีทางลาดที่เป็นทางอ้อมให้บริการ)

นอกจากนี้ ถนนฮอนโจเป็นถนนสาธารณะที่มีรถสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก การออกไปยืนกลางถนนเพื่อถ่ายรูปเป็นอันตรายอย่างยิ่งและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยประจำอยู่ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำและถ่ายรูปจากบนทางเท้าอย่างปลอดภัย

3) วิธีการเดินทาง

  • กรณีใช้รถไฟ: นั่งรถไฟสาย Fuji-Q ไปลงที่ 'สถานี Shimoyoshida'
  • กรณีใช้รถบัส: เลือกจองรถบัสทางหลวงจากชินจูกุสายที่จอดป้าย 'Chuo-do Shimoyoshida (中央道下吉田)' (จากป้ายรถบัสบนทางด่วนเดินเข้าหมู่บ้านประมาณ 10 นาที)