ฉากหลังของอนิเมะสแลมดังค์และทะเลสีครามแห่งโตเกียว เอโนชิมะ & คามาคุระสัมผัสฉากในการ์ตูนและท้องทะเลในระยะใกล้
เช่นเดียวกับฉากประทับใจในสแลมดังค์ที่ผู้เล่นพุ่งทะยานไปบนคอร์ต คามาคุระ คือเวทีหลักของมังงะชื่อดังอย่าง สแลมดังค์ (SLAM DUNK) ที่เป็นเจ้าของประโยคฮิตอย่าง "มือซ้ายเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบ"
นอกจากนี้ เอโนชิมะ ยังเป็นชายหาดที่ใกล้โตเกียวที่สุด ซึ่งชาวโตเกียวนิยมมาพักผ่อน เล่นน้ำทะเล หรือเล่นเซิร์ฟในช่วงฤดูร้อน ด้วยส่วนผสมของวัดวาอารามที่เงียบสงบ ทะเลสีคราม และรถไฟย้อนยุค 'เอโนเด็น' ที่สะกดอารมณ์ ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวรอบนอกโตเกียว
เว็บไซต์ทางการรถไฟเอโนเด็น1) จุดเช็คอินสำคัญ
- สถานี Kamakurakokomae: ทางข้ามรถไฟที่ปรากฏในฉากเปิดเรื่องเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่แฟนคลับทั่วโลกมารวมตัวกัน คอร์สบังคับคือการถ่ายภาพโดยมีทะเลเป็นฉากหลังในขณะที่รถไฟวิ่งผ่าน
- เอโนเด็น (Enoden): รถไฟรางเดี่ยวอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีที่เชื่อมระหว่างคามาคุระและฟูจิซาวะ ทัศนียภาพนอกหน้าต่างที่รถไฟวิ่งผ่านย่านที่พักอาศัยอย่างเฉียดฉิวหรือวิ่งขนานไปกับทะเลนั้นถือเป็นการฮีลใจอย่างดี
- เกาะเอโนชิมะ: คุณสามารถดื่มด่ำกับลมทะเลเย็นๆ พร้อมเดินชมย่านร้านค้าหน้าเกาะ ศาลเจ้าเอโนชิมะ ไปจนถึงประภาคารชมวิว 'Sea Candle'
2) การจัดตารางเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
หากไม่มีแผนที่จะเดินลึกเข้าไปถึงด้านในสุดของเกาะเอโนชิมะ ลองอ้างอิง เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast ที่แนะนำไว้ในตอนโยโกฮาม่า คุณจะสามารถวางเส้นทางที่มีประสิทธิภาพโดยรวบจุดสำคัญของคามาคุระและวิวกลางคืนของโยโกฮาม่าไว้ในวันเดียวกันได้
💡 เคล็ดลับการเดินทาง
คามาคุระอาจมีอุณหภูมิต่ำกว่าในตัวเมืองโตเกียวเล็กน้อยและลมแรง แนะนำให้เตรียมเสื้อคลุมบางๆ ไปด้วย โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ทางข้ามรถไฟสแลมดังค์จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน หากต้องการถ่ายรูปอย่างสบายใจ แนะนำให้ไปเช้าๆ ในวันธรรมดา
เปรียบเทียบ 3 พาสการเดินทางเอโนชิมะ·คามาคุระ: เลือกสิ่งที่ใช่สำหรับคุณเที่ยวให้ครบเส้นทางด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด
ในการเที่ยวเอโนชิมะและคามาคุระ การเลือกพาสตามจุดเริ่มต้นและประเภทรถไฟที่ชอบจะช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า
1) Enoshima Kamakura Free Pass (สาย Odakyu)
เป็นพาสที่แนะนำที่สุดสำหรับผู้เดินทางที่ เริ่มต้นจากสถานีชินจูกุ
- ไป-กลับ 1 รอบ ระหว่าง ชินจูกุ ↔ สถานีฟูจิซาวะ (Fujisawa)
- ขึ้นลงอิสระ ในช่วงสถานีฟูจิซาวะ ↔ สถานีคาตาเสะเอโนชิมะ (Katase-Enoshima)
- ขึ้นลงอิสระ ตลอดสายของ รถไฟเอโนเด็น (Enoden)
2) Tokyu Enoshima Kamakura Free Pass (สาย Tokyu)
สำหรับผู้ที่ เริ่มต้นจากสถานีชิบูย่า เหมาะสำหรับผู้ที่พักแรมในย่านชิบูย่า
- สิทธิประโยชน์: ไป-กลับ 1 รอบ ระหว่าง ชิบูย่า ↔ สถานีชูโอรินคัง (Chuo-Rinkan) + ขึ้นลงอิสระช่วงชูโอรินคัง ↔ ฟูจิซาวะ + ขึ้นลงเอโนเด็นอิสระ
- ลักษณะเด่น: หากไม่ได้พักแถวชิบูย่า พาสนี้ไม่มีข้อได้เปรียบมากนัก และแนะนำน้อยกว่าพาสแรกเพราะ ต้องเปลี่ยนขบวนรถเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง
3) เส้นทางแนะนำด้วย Enoshima Kamakura Free Pass (กรณีเริ่มจากชินจูกุ)
- ซื้อ 'Enoshima Kamakura Free Pass' ที่ศูนย์บริการการท่องเที่ยวโอดะคิว (Odakyu Sightseeing Service Center) ณ สถานีชินจูกุ
- นั่งรถไฟ สายด่วน (Express) ของ Odakyu ไปยัง สถานีฟูจิซาวะ
- เคล็ดลับ Romancecar: หากซื้อตั๋วเสริม Romancecar Limited Express (ประมาณ 700~800 เยนต่อเที่ยว) จะสามารถนั่งตรงไปยัง สถานีคาตาเสะเอโนชิมะ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถ
- เดินทางไปยัง สถานีคาตาเสะเอโนชิมะ หรือสถานีเอโนเด็น สถานีเอโนชิมะ เพื่อท่องเที่ยวบนเกาะเอโนชิมะ
- ขึ้นรถไฟเอโนเด็นไปลงที่ สถานี Kamakurakokomae เพื่อชม จุดถ่ายรูปตามรอยสแลมดังค์
- ขึ้นรถไฟต่อมาลงที่ สถานี Hase เพื่อสักการะ พระใหญ่คามาคุระ วัดโคโตคุอิน (Kotoku-in)
- เดินทางไปยัง สถานี Kamakura เพื่อชม ศาลเจ้าสึรุงะโอะกะ ฮาจิมังกู
- สุดท้าย นั่งรถไฟเอโนเด็นกลับมาที่ สถานีฟูจิซาวะ แล้วต่อรถไฟ Odakyu กลับสู่ ชินจูกุ
⚠️ ข้อควรระวัง
หากใช้ Enoshima Kamakura Free Pass จะไม่มีเส้นทางที่วิ่งจากคามาคุระกลับชินจูกุโดยตรง คุณต้องนั่งเอโนเด็นย้อนกลับมาที่สถานีฟูจิซาวะก่อน เพื่อใช้สาย Odakyu สิทธิประโยชน์ของพาสจึงจะยังครอบคลุม
คู่มือบัตรเข้าชมและแพ็กเกจสถานที่ท่องเที่ยวเอโนชิมะรวมบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
เกาะเอโนชิมะมีเนินชันและบันไดค่อนข้างมาก หากต้องการเที่ยวชมสถานที่หลักอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ตั๋วชุดที่รวมค่าเข้าชมและพาหนะเดินทางเข้าด้วยกันจะคุ้มค่ากว่า
1) Enoshima Sea Candle Set Ticket
เป็นชุดตั๋วสุดคุ้มสำหรับใช้บริการประภาคารชมวิวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาะและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
- สิ่งที่รวมอยู่: บัตรขึ้น Escar (บันไดเลื่อนเอโนชิมะ) ขาขึ้น, บัตรเข้าชม สวน Samuel Cocking Garden, บัตรเข้าชม จุดชมวิว Sea Candle
- สถานที่ซื้อ: สามารถซื้อได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว Escar จุดขึ้นที่ 1 (บริเวณทางเข้า) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านล่างของเกาะ
2) Enoshima 1-Day Pass (eno-pass)
พาสแบบรวมทุกอย่างที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจเกาะให้ครบทุกซอกทุกมุม
- สิ่งที่รวมอยู่: การใช้ Escar ได้ทุกช่วง, บัตรเข้าชม Samuel Cocking Garden, Sea Candle และบัตรเข้าชม ถ้ำอิวายะ (Iwaya Caves) ที่อยู่ด้านในสุดของเกาะ
- สถานที่ซื้อ: ซื้อได้ที่ ทางเข้า Escar หรือศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเอโนชิมะ
- ข้อควรระวัง: สามารถซื้อได้ตั้งแต่เวลา 09:00 ถึง 16:00 น. เท่านั้น ดังนั้นควรมาถึงแต่เช้าเพื่อเผื่อเวลาในการเข้าชมถ้ำ
💡 เคล็ดลับการใช้งาน
บันไดเลื่อนเอโนชิมะ 'Escar' ให้บริการเฉพาะขาขึ้นเท่านั้น ขาลงคุณต้องเดินลงบันได ซึ่งจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพระหว่างทาง นอกจากนี้ สวน Samuel Cocking Garden ยังมีชื่อเสียงเรื่องงานประดับไฟ Light-up หลังพระอาทิตย์ตกดิน แนะนำให้แวะไปในช่วงเย็นด้วย
เอโนชิมะ เกาะแห่งตำนานและความโรแมนติก เจาะลึกสถานที่เช็คอินสำคัญเส้นทางที่มีทั้งทะเล ดอกไม้ และตำนาน
江之島 (Enoshima)
เอโนชิมะเป็นเกาะที่ผสมผสานระหว่างทะเลสีคราม ศาลเจ้าอันเงียบสงบ และตำนานอันลึกลับ ทั้งเกาะเปรียบเสมือนสวนสาธารณะขนาดมหึมาที่ให้ความสนุกในการสำรวจผ่านการเดินเท้าและบันไดเลื่อน
1) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชินเอโนชิมะ (Enosui)
มีชื่อเสียงจากการเป็นสถานที่ถ่ายทำละครญี่ปุ่นเรื่อง 'Nagareboshi' โดดเด่นด้วยโซนจัดแสดงแมงกะพรุนที่สวยงามราวกับความฝัน และโชว์โลมาโดยมีท้องทะเลเป็นฉากหลัง
- เวลาทำการ: 09:00 ~ 17:00 น. (เดือน ธ.ค.-ก.พ. เปิด 10:00 น., เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนปิด 1 ชม.)
- เคล็ดลับ: ควรตรวจสอบตารางการแสดงล่วงหน้า ก่อนไปเยือนเพื่อให้ไม่พลาดโชว์สำคัญ

2) ชายหาดเอโนชิมะ & Escar
- ชายหาดเอโนชิมะ: ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักโต้คลื่นและผู้รักการเล่นน้ำในฤดูร้อน หากฟ้าโปร่งจะสามารถมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือขอบฟ้าได้
- Enoshima Escar: บันไดเลื่อนแบบเสียเงินที่ช่วยให้คุณขึ้นเนินสูงชันได้ในเวลาเพียง 4 นาที (หากเดินเท้าใช้เวลาประมาณ 20 นาที)
3) สวน Samuel Cocking Garden & จุดชมวิว Sea Candle
สวนสไตล์ตะวันตกที่สร้างโดยพ่อค้าชาวอังกฤษ Samuel Cocking และประภาคารชมวิวที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะ
- Samuel Cocking Garden: เข้าชมฟรีหากเข้าไปก่อนเวลา 17:00 น.
- Sea Candle: จากยอดประภาคารคุณสามารถชมวิวพาโนรามาของมหาสมุทรแปซิฟิกได้ และในตอนเย็นจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม
4) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคู่รัก: ระฆังแห่งรักมังกร (Ryuren no Kane)
สถานที่ที่มีตำนานความรักที่สวยงามระหว่างมังกรห้าหัวและนางฟ้า เล่ากันว่าหากคู่รักมาร่วมกันสั่นระฆังและคล้องกุญแจ ความรักจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ทำให้มีคู่รักแวะเวียนมาไม่ขาดสาย
เกร็ดตำนาน: ต้นกำเนิดของเอโนชิมะมาจากนิทานที่เล่าว่า มังกรห้าหัวที่เคยรังแกหมู่บ้านได้ตกหลุมรักนางฟ้าที่ลงมาจากสวรรค์ จึงกลับตัวเป็นมังกรที่ดีและแต่งงานกัน

5) ถ้ำอิวายะ & ชิโกะกะฟุจิ
- ถ้ำอิวายะ (Iwaya Caves): ถ้ำธรรมชาติอันลึกลับที่ต้องถือเทียนเข้าไปสำรวจ ประติมากรรมเทพมังกรที่ปลายถ้ำนั้นน่าประทับใจมาก
- ชิโกะกะฟุจิ (Chigogafuchi): แนวโขดหินริมทะเลที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่คันโตปี 1923 ติดอันดับ 1 ใน 50 วิวสวยของคานากาว่า และเป็น จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด

💡 เคล็ดลับสุดท้าย: เรือเบนเท็นมารุ (Bentenmaru)
หากเดินเข้าไปถึงถ้ำอิวายะด้านในสุดแล้วรู้สึกเหนื่อยจนเดินกลับไม่ไหว ลองใช้บริการ เรือเบนเท็นมารุ (เรือสปีดโบ๊ทขนาดเล็ก) จากท่าเรือชิโกกะฟุจิกลับไปยังสะพานเบนเท็นตรงทางเข้าเกาะ ใช้เวลาเพียง 10 นาทีเพื่อประหยัดแรงและรับลมทะเลเย็นฉ่ำ (งดวิ่งหากสภาพอากาศเลวร้าย)
ประวัติศาสตร์และโบราณสถานของคามาคุระ เมืองเก่าที่เวลาหยุดนิ่งที่ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมและความรู้สึกจากอนิเมะมาพบกัน
鎌倉 (Kamakura)
คามาคุระเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่ตั้งของรัฐบาลโชกุนคามาคุระ ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารแห่งแรกของญี่ปุ่นในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 กลิ่นอายของวัดเก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่ทั่วเมืองผสมผสานกับบรรยากาศจากอนิเมะสร้างเสน่ห์ที่ไม่ซ้ำใคร
1) Kamakurakokomae (หน้าโรงเรียนมัธยมคามาคุระ)
เป็นทางข้ามรถไฟใกล้โรงเรียนมัธยมคามาคุระ ซึ่งเป็นฉากหลังในเพลงเปิดของอนิเมะ 'สแลมดังค์' และเป็นต้นแบบของโรงเรียนเรียวนัน เป็น สถานที่เชิงสัญลักษณ์ของการเที่ยวคามาคุระ ที่แฟนคลับทั่วโลกมาเฝ้ารอเก็บภาพรถไฟเอโนเด็นสีเหลืองวิ่งผ่านโดยมีทะเลเป็นฉากหลัง

2) พระใหญ่คามาคุระ (วัดโคโตคุอิน)
ที่วัด โคโตคุอิน (Kotoku-in) ซึ่งเป็นวัดตัวแทนของคามาคุระ มีพระพุทธรูปอมิตาภพุทธะปางมารวิชัยที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ขนาดมหึมา สูงประมาณ 11.3 เมตร และหนักถึง 121 ตัน ประดิษฐานอยู่

-
ลักษณะทางประวัติศาสตร์: เดิมประดิษฐานอยู่ภายในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่หลังจากวิหารพังทลายจากเหตุสึนามิครั้งใหญ่ในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 พระพุทธรูปจึงประดิษฐานอยู่กลางแจ้งดังที่เห็นในปัจจุบัน ถือเป็นผลงานประติมากรรมพระพุทธรูปชิ้นเอกของสมัยคามาคุระที่ได้รับอิทธิพลจากสไตล์ราชวงศ์ซ่ง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น สมบัติชาติของญี่ปุ่น
-
จุดน่าสนใจ: คุณสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมแยก 50 เยนเพื่อเข้าไป ชมภายในองค์พระ ได้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่
-
ข้อมูลการใช้งาน:
- เวลาทำการ: 08:00 ~ 17:30 น. (ต.ค.-มี.ค. ปิด 17:00 น., เข้าชมรอบสุดท้ายก่อนปิด 15 นาที)
- การเข้าชมภายในองค์พระ: 08:00 ~ 16:30 น. (ค่าบริการเพิ่ม 50 เยน)
3) ศาลเจ้าสึรุงะโอะกะ ฮาจิมังกู (Tsurugaoka Hachimangu)
สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1180 โดยมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ ผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนคามาคุระ เป็นศาลเจ้าที่เปรียบเสมือน ศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ และสัญลักษณ์ของเมืองคามาคุระ

-
ความเชื่อ: ประดิษฐานเทพเจ้าฮาจิมัง ซึ่งเป็นเทพผู้คุ้มครองเหล่าซามูไร ภายในวิหารหลักประดิษฐานจักรพรรดิโอจินและเทพองค์อื่นๆ
-
สิ่งที่น่าสนใจ: ถนนย่านร้านค้า 'Komachi-dori' ที่เชื่อมจากสถานีคามาคุระไปยังศาลเจ้า และทางเดินชมซากุระ (Dankazura) บริเวณหน้าทางเข้าศาลเจ้านั้นมีความสวยงามตลอดทั้งสี่ฤดู
-
ข้อมูลการใช้งาน:
- เวลาทำการ: 05:00 ~ 21:00 น. (ต.ค.-มี.ค. เปิด 06:00 น.)
- ค่าเข้าชม: ฟรี (บางส่วนภายในวิหารหลักหรือพิพิธภัณฑ์มีค่าใช้จ่าย)
💡 เคล็ดลับการเดินทาง
เนื่องจากระยะห่างระหว่างวัดโคโตคุอิน (ที่มีพระใหญ่) และศาลเจ้าสึรุงะโอะกะ ฮาจิมังกู ค่อนข้างไกลกัน แนะนำให้นั่งรถไฟเอโนเด็นสลับไปมาระหว่าง สถานี Hase และ สถานี Kamakura เพื่อให้การเที่ยวชมมีความสะดวกและรวดเร็วที่สุด

