TourCast
คู่มือฉบับสมบูรณ์ สวนสนุกโตเกียว: สรุปข้อมูลดิสนีย์, โปเกพาร์ค, แฮร์รี่ พอตเตอร์ และฟูจิคิว
วันที่เขียน: อัปเดตล่าสุด:
TourCast ไม่มีโฆษณาที่ไม่จำเป็นซึ่งรบกวนการอ่าน บางข้อมูลท่องเที่ยวมีลิงก์พันธมิตร และเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์ TourCast จะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยผู้ใช้จะไม่ถูกคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ
ค่าเข้าชม ค่าโดยสาร ฯลฯ ที่ระบุในเนื้อหา อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาที่อัปเดต เนื้อหาทั้งหมดของ TourCast ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ แจกจ่าย หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต (รวมถึงการใช้เพื่อฝึก AI) ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ หากฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ⓒ 2023. TourCast Co. All rights reserved.

คู่มือฉบับสมบูรณ์ สวนสนุกโตเกียว: สรุปข้อมูลดิสนีย์, โปเกพาร์ค, แฮร์รี่ พอตเตอร์ และฟูจิคิว

โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท: เปรียบเทียบดิสนีย์แลนด์ vs ดิสนีย์ซี และเคล็ดลับการใช้งานสรุปตั้งแต่การเลือกฝั่งแลนด์หรือซี ไปจนถึงการจองและเคล็ดลับการใช้งาน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีแผนจะมาโตเกียวเพื่อเข้าดิสนีย์โดยเฉพาะ โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทนั้นมีความโดดเด่นทั้งขนาดและคุณภาพที่น่าประทับใจ แต่เนื่องจาก พาสปอร์ตแบบ 1 วัน ไม่สามารถเข้าทั้งดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซีพร้อมกันได้ คุณจึงต้องเลือกสถานที่ที่ตรงกับรสนิยมของคุณอย่างรอบคอบ

ทัศนียภาพอันเป็นสัญลักษณ์ของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท

1) ดิสนีย์แลนด์ vs ดิสนีย์ซี ไปที่ไหนดี?

  • ดิสนีย์แลนด์ (Disneyland): สวนสนุกสุดคลาสสิกที่เป็นตัวแทนของ 'มิกกี้ เมาส์' และ 'ปราสาทซินเดอเรลล่า' บรรยากาศเหมือนยกโลกนิทานมาไว้ตรงหน้า เน้นขบวนพาเหรดที่หลากหลายและเครื่องเล่นน่ารักๆ หากคุณต้องการสัมผัสอารมณ์ดิสนีย์แบบดั้งเดิม ขอแนะนำที่นี่
  • ดิสนีย์ซี (DisneySea): สวนสนุกธีมทะเลที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกที่โตเกียว ประกอบด้วยย่านท่าเรือลึกลับ 7 แห่ง มีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวมากกว่าฝั่งแลนด์และมีทัศนียภาพที่แปลกตา มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่กลางวัน จึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้ใหญ่และคู่รัก

💡 ข่าวสาร Fantasy Springs ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2025 เป็นต้นไป โซนใหม่ 'Fantasy Springs' ในดิสนีย์ซี สามารถเข้าชมได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องใช้บัตรยืนยันสิทธิ์เข้าโซน (Entry Request) อีกต่อไป แม้จะมีการระงับการขาย DPA แบบไม่จำกัด แต่การเปลี่ยนมาใช้ระบบต่อคิวปกติช่วยให้การเข้าถึงสะดวกขึ้นมาก

2) คำแนะนำการจองและการเข้าชม

  • การจองตั๋ว: สามารถซื้อได้ล่วงหน้า 2 เดือน ก่อนวันเข้าชม โดยใช้ระบบราคาผันแปรตามวันที่ (สำหรับผู้ใหญ่ประมาณ 7,900 เยน ~ 10,900 เยน) การยืนยันตารางเที่ยวล่วงหน้าจึงได้เปรียบกว่า
  • ของต้องห้าม: ไม้เซลฟี่, ขาตั้งกล้อง, อาหารภายนอก, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เครื่องดื่มแบบกระป๋อง/ขวดแก้ว ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด จะมีการตรวจสัมภาระอย่างละเอียดก่อนเข้า (ยกเว้นกรณีพิเศษเช่นอาหารสำหรับผู้แพ้อาหาร)
  • กฎการแต่งกาย: ห้ามแต่งคอสเพลย์แบบเต็มตัว ที่อาจทำให้สับสนกับตัวละครในเวลาปกติ แต่จะอนุญาตในช่วงกิจกรรมพิเศษ เช่น ฤดูกาลฮาโลวีน

3) บริการแอปอย่างเป็นทางการเพื่อการใช้งานที่ชาญฉลาด

การติดตั้งและล็อกอิน แอปทางการของ Tokyo Disney Resort ก่อนเข้าเป็นสิ่งจำเป็น

  • DPA (Disney Premier Access): บริการแบบชำระเงินเพื่อให้เข้าถึงเครื่องเล่นยอดนิยมได้รวดเร็วโดยไม่ต้องรอคิว (ราคาประมาณ 1,500 ~ 2,500 เยน)
  • 40th Anniversary Priority Pass: บัตรลัดคิวที่ให้บริการฟรี สามารถกดรับได้ในแอปตามลำดับก่อนหลังเพื่อเข้าช่องทางด่วนในเวลาที่กำหนด
  • Standby Pass (SP): บัตรฟรีที่ให้สิทธิ์ในการต่อคิวเพื่อเข้าใช้บริการร้านค้าหรือเครื่องเล่นบางแห่ง

4) การคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวก

  • Disney Resort Line: รถไฟโมโนเรลที่เชื่อมต่อจุดสำคัญภายในรีสอร์ท ตกแต่งด้วยหน้าต่างรูปมิกกี้และธีมต่างๆ ทำให้การนั่งรถไฟเป็นเรื่องสนุก (เที่ยวละ 300 เยน ใช้บัตร IC Card ได้)
  • Welcome Center: ตั้งอยู่ข้างสถานี JR Maihama ให้บริการส่งสัมภาระของผู้เข้าพักในโรงแรมพันธมิตรไปยังโรงแรมล่วงหน้า ช่วยให้คุณเข้าสวนสนุกได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกกระเป๋า

เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!

วิธีเดินทางไปดิสนีย์อย่างสะดวก

  • รถรับส่ง Good Neighbor Hotel: หากเข้าพักในโรงแรมพันธมิตร สามารถจองรถรับส่งฟรีไปยังสวนสนุกได้ล่วงหน้า
  • Skytree Shuttle Bus: หากพักแถวสกายทรีหรือสถานีคินชิโจ การนั่งรถบัสรับส่งแบบต่อเดียวถึงจะสะดวกกว่ารถไฟมาก (ผู้ใหญ่ 1,000 เยน)

PokéPark KANTO: สวนสนุกโปเกมอนถาวรกลางแจ้งแห่งแรกของโลกการผจญภัยโปเกมอนในโลกจริงท่ามกลางธรรมชาติ

PokéPark KANTO

PokéPark KANTO เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026 ภายใน 'Yomiuriland' สวนสนุกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของโตเกียว โดยเป็นพื้นที่ธีมโปเกมอนถาวรกลางแจ้งแห่งแรกของโลก ได้รับแรงบันดาลใจจาก 'ภูมิภาคคันโต' ซึ่งเป็นฉากแรกของโปเกมอนในปี 1996 มอบประสบการณ์พิเศษที่ผสมผสานธรรมชาติเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล

สร้างขึ้นบนพื้นที่ประมาณ 2.6 เฮกตาร์ ภายใต้คอนเซปต์ว่ามีโปเกมอนกว่า 600 สายพันธุ์อาศัยอยู่ เป็นพื้นที่ที่ไม่ใช่แค่การเดินชม แต่ผู้เข้าชมสามารถสวมบทบาทเป็น 'โปเกมอนเทรนเนอร์' เพื่อออกผจญภัยได้จริง

1) คำแนะนำโซนหลัก

  • Pokémon Forest: โซนที่ประกอบด้วยเส้นทางป่าทึบ เนินเขา และอุโมงค์ยาว 500 เมตร คุณจะได้สังเกตโปเกมอนในสภาพธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้หรือกำลังแบ่งผลไม้กันกิน ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ใน 'โลกโปเกมอน' จริงๆ
  • Sedge Town: ศูนย์กลางการพบปะของเหล่าเทรนเนอร์ รวบรวม Trainer's Market ที่เต็มไปด้วยสินค้าลิมิเต็ด, โปเกมอนเซ็นเตอร์ และยิม ไฮไลท์ของที่นี่คือการแสดงและพาเหรด 'Pika Pika Spark!' ที่จัดขึ้นทุกวัน
  • เครื่องเล่น: มีเครื่องเล่นน่ารักๆ เตรียมไว้ เช่น 'Pika Pika Paradise' ที่บินไปพร้อมกับพิคาชู และ 'Vui Vui Voyage' ม้าหมุนธีมอี브이 (Eevee)

2) ข้อมูลตั๋วและเคล็ดลับการใช้งาน

PokéPark KANTO ดำเนินการด้วย ระบบจองล่วงหน้า ราคาจะผันแปรตามวันในสัปดาห์และฤดูกาล

  • Trainer Pass: เข้าชมโซนทั่วไปและเข้า Pokémon Forest ได้ตามเวลาที่กำหนด (ผู้ใหญ่ประมาณ 7,900 เยน~)
  • Elite Trainer Pass: เข้าออกทุกโซนได้อย่างอิสระและไม่จำกัดเวลา รวมถึงเข้าซ้ำได้ (ผู้ใหญ่ประมาณ 14,000 เยน~)
  • ข้อควรระวัง: พาสทุกประเภท รวมค่าเข้า Yomiuriland ไว้แล้ว แนะนำให้ชมในช่วงกลางคืนด้วยเพราะจะมีการเปิดไฟประดับที่สวยงามหลังอาทิตย์ตก

3) วิธีการเดินทาง

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาทีจากชินจูกุ เหมาะสำหรับเป็นคอร์สวันเดย์ทริป

  • รถไฟ: นั่งสาย Keio จากสถานี Shinjuku ลงที่ 'สถานี Keio-Yomiuriland'
  • Sky Shuttle: ใช้กระเช้าลอยฟ้า 'Sky Shuttle' จากสถานีไปยังทางเข้าสวนสนุก เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของพาร์คจากมุมสูง (ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที)

💡 เคล็ดลับการไปเยือน

เนื่องจากเพิ่งเปิดตัวจึงยังได้รับความนิยมสูงมาก ควรตรวจสอบหน้าจองที่จะเปิดในช่วงต้นของทุกเดือน และหากติดตั้งแอปเฉพาะล่วงหน้า คุณจะสามารถตรวจสอบข้อมูลถิ่นที่อยู่ของโปเกมอนในพาร์คและเวลารอคิวได้แบบเรียลไทม์ (อย่างไรก็ตาม แอปจะทำงานเมื่ออยู่ในญี่ปุ่นเท่านั้น)

Warner Bros. Studio Tour Tokyo: ขอเชิญเข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ในโตเกียว

คอร์สบัง킷สำหรับแฟนซีรีส์แฮร์รี่ พอตเตอร์ เมื่อมาเยือนโตเกียว ในเดือนมิถุนายน 2023 'Warner Bros. Studio Tour Tokyo - The Making of Harry Potter' สถานที่มอบความบันเทิงในร่มธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการบนพื้นที่เดิมของสวนสนุกโทชิมาเอ็น

ที่นี่เป็นสตูดิโอทัวร์แห่งที่สองของโลกถัดจากลอนดอน โดยทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ตัวจริงได้จำลองฉาก เครื่องแต่งกาย และอุปกรณ์ประกอบฉากต่างๆ ไว้อย่างประณีต ที่นี่ไม่ใช่สวนสนุกแนวเครื่องเล่น แต่เป็น ทัวร์รูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่คุณจะได้สำรวจเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์และสัมผัสโลกเวทมนตร์ด้วยตัวเอง

สตูดิโอแฮร์รี่ พอตเตอร์ โตเกียว ที่มีฉากปราสาทฮอกวอตส์อันยิ่งใหญ่
โลกเวทมนตร์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่พบได้ในโตเกียว

1) จุดชมหลักที่สำคัญ

  • ฉากในตำนาน: ห้องโถงใหญ่ของโรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอตส์, บันไดที่เคลื่อนที่ได้, ชานชาลาที่ 9 3/4 ที่สถานีคิงส์ครอส และป่าต้องห้าม ฉากดังจากภาพยนตร์จะปรากฏแก่สายตาคุณ
  • ตรอกไดแอกอน: คุณสามารถเดินบนถนนที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าเวทมนตร์ที่สวยงามและแปลกตา พร้อมสนุกกับการค้นหารายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในตู้โชว์ร้านค้า
  • ประสบการณ์บัตเตอร์เบียร์: ลิ้มรสบัตเตอร์เบียร์จริงๆ ได้ที่บาร์บัตเตอร์เบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ แก้วที่ใช้แล้วสามารถล้างและนำกลับไปเป็นที่ระลึกได้

2) ข้อมูลการใช้งานและการจอง

  • ระบบจองล่วงหน้า 100%: ไม่มีการจำหน่ายตั๋วหน้างาน ต้องซื้อระบุวันและเวลาล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการหรือตัวแทนจำหน่ายที่กำหนดเท่านั้น
  • ระยะเวลาที่ใช้: เนื่องจากภายในกว้างขวางมากและมีสิ่งที่น่าสนใจเยอะ ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง ขึ้นไป
  • ช้อปปิ้ง: มีร้านขายของที่ระลึกขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทัวร์ ไอเทมยอดนิยมคือ ไม้กายสิทธิ์เฉพาะบุคคล ที่สามารถสลักชื่อได้ และเสื้อคลุมชุดนักเรียน

💡 เคล็ดลับการเดินทาง

สถานีประตูสู่สตูดิโออย่าง สถานี Ikebukuro และ สถานี Toshimaen (สาย Seibu Toshima) ถูกตกแต่งเป็นพิเศษในธีมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ลองดื่มด่ำกับบรรยากาศเวทมนตร์ตั้งแต่เริ่มเดินทาง แม้คุณจะมาถึงก่อนเวลาเข้าชม คุณก็สามารถใช้บริการล็อบบี้หลักและร้านขายของที่ระลึกก่อนได้

ซานริโอ พูโรแลนด์: สวนสนุกในร่มสีชมพูที่ให้คุณพบกับเฮลโล คิตตี้และผองเพื่อนความน่ารักระเบิดกระจาย พบกับเฮลโล คิตตี้และเพื่อนๆ ในสวนสนุกในร่ม

สวนสนุกในร่มที่เป็นตัวแทนของโตเกียว ที่คุณสามารถสัมผัสโลกทัศน์ของคาแรคเตอร์ซานริโอ เช่น เฮลโล คิตตี้, มาย เมโลดี้, ชินนามอโรล ได้อย่างเต็มที่ เป็นสถานที่แบบ All-indoor ที่ช่วยให้คุณสนุกได้อย่างสบายใจไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร และเป็น 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความน่ารัก' ที่มีแฟนคลับมาเยือนกว่า 1.5 ล้านคนในทุกปี

ทั่วทั้งบริเวณถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสีชมพูและของประดับกุ๊กกิ๊ก ช่วยให้คุณถ่ายรูปสวยๆ ได้ทุกมุม และขบวนพาเหรดรวมถึงการแสดงที่เหล่าตัวการ์ตูนออกมาปรากฏตัวจริง ก็ช่วยกระตุ้นหัวใจเด็กของทั้งเด็กและผู้ใหญ่

1) เคล็ดลับการชมและการใช้งาน

  • Character Greeting: คุณสามารถพบปะและถ่ายรูปร่วมกับคาแรคเตอร์ซานริโอที่คุณชื่นชอบได้จริง สามารถตรวจสอบตารางเวลาการปรากฏตัวของตัวละครได้ในแอปทางการหรือเว็บไซต์
  • เครื่องเล่น: มีเครื่องเล่นน่ารักๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของคาแรคเตอร์ เช่น 'Sanrio Character Boat Ride' หรือ 'Mymeroad Drive'
  • ศูนย์อาหาร: ลิ้มรสเมนูที่มีรูปลักษณ์น่ารักจนไม่กล้าทาน เช่น แกงกะหรี่รูปหน้าตัวการ์ตูน หรือขนมหวานโทนพาสเทล

2) ข้อมูลตั๋วและการจอง

  • แนะนำให้จองล่วงหน้า: ราคาตั๋วเข้าชมผันแปรตามวันในสัปดาห์ (ผู้ใหญ่ประมาณ 3,600 เยน ~ 5,300 เยน) เนื่องจากการจองออนไลน์ล่วงหน้าจะถูกกว่าการซื้อหน้างานมาก จึงแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้จองล่วงหน้า
  • ระบบการจองเข้าชม: สำหรับชาวญี่ปุ่นจำเป็นต้องจองคิวล่วงหน้า แต่ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการอำนวยความสะดวกให้เข้าชมได้ทันทีเพียงแค่เขียนเอกสารง่ายๆ หรือทำแบบสอบถามที่หน้าทางเข้าในวันนั้น (แนะนำให้พกพาสปอร์ตไปด้วย)

3) วิธีการเดินทาง

  • สาย Keio/Odakyu: นั่งรถไฟจากสถานี Shinjuku ลงที่ 'สถานี Tama-Center' เส้นทางเดินจากสถานีไปถึงพูโรแลนด์ก็ถูกตกแต่งด้วยเหล่าตัวการ์ตูน ช่วยให้เดินไปได้อย่างเพลิดเพลิน (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)

💡 เคล็ดลับการช้อปปิ้ง

ร้านขายของที่ระลึกในพูโรแลนด์มีสินค้าซานริโอหลากหลายที่สุดในโลก มีตุ๊กตาลิมิเต็ดหรือเครื่องเขียนที่หาซื้อได้เฉพาะที่นี่มากมาย หากคุณเป็นสาวกซานริโอควรเตรียมงบประมาณไว้ให้พร้อม

ฟูจิคิว ไฮ랜드 & โทมัสแลนด์: ความลงตัวของความเสียวขั้นสุดและสวนสนุกครอบครัวสัมผัสความเสียวขั้นสุดและการเล่นสนุกแบบครอบครัวที่ฟูจิคิว

ฟูจิคิว ไฮ랜드 (Fuji-Q Highland) ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูเขาไฟฟูจิ เป็นสถานที่ที่ได้รับฉายาว่า 'ดินแดนศักดิ์สิทธิ์' ของเหล่าผู้รักความตื่นเต้นทั่วโลก มีรถไฟเหาะขนาดมหึมาที่ได้รับการบันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่า 'น่ากลัวที่สุดในโลก' หรือ 'เร็วที่สุดในโลก' รวมกว่า 14 รายการ

ตั้งอยู่ห่างจากสถานี Kawaguchiko เพียง 3 นาทีโดยรถไฟ (180 เยน) ทำให้เข้าถึงได้ง่ายมาก และมีจุดเด่นคือ ค่าเข้าพื้นที่นั้นฟรี คุณจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะเมื่อต้องการเล่นเครื่องเล่นเท่านั้น ดังนั้นแม้จะมีเพื่อนร่วมทริปที่ไม่เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว ก็สามารถเข้ามาเดินเล่นด้วยกันได้โดยไม่ต้องกังวล

ทัศนียภาพฟูจิคิว ไฮ랜드 ที่มองเห็นภูเขาไฟฟูจิ
เครื่องเล่นสุดตื่นเต้นที่เล่นไปพร้อมกับวิวภูเขาไฟฟูจิ

1) 4 สุดยอดเครื่องเล่น 'ตะโกนสุดเสียง' ความภูมิใจของฟูจิคิว

  1. ZOKKON: เครื่องเล่นรุ่นล่าสุดที่ให้คุณพุ่งทะยานด้วยท่าทางเหมือนขี่รถจักรยานยนต์จริงๆ มอบความตื่นเต้นจากการเร่งความเร็วแบบฉับพลันและการวิ่งถอยหลังพร้อมกัน

  2. Eejanaika: แม้ชื่อจะแปลว่า 'มันก็ดีไม่ใช่เหรอ?' แต่ที่นั่งจะหมุนไปข้างหน้าและข้างหลังถึง 14 ครั้งระหว่างวิ่ง เป็นรถไฟเหาะ 4 มิติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความกลัวจากการหมุนกลางอากาศโดยไม่มีที่วางเท้านั้นเกินกว่าจะจินตนาการ

  3. Takabisha: รถไฟเหาะที่บันทึกในกินเนสส์บุ๊กว่ามีมุมตกชันถึง 121 องศา คุณจะได้ขึ้นไปในแนวตั้งเพื่อชมภูเขาไฟฟูจิชั่วครู่ ก่อนจะสัมผัสการตกที่หวาดเสียวจากการหักมุมเข้าไปด้านใน

  4. Labyrinth of Fear (โรงพยาบาลผีสิง):

    • คอนเซปต์: บ้านผีสิงระยะทางยาวที่สุดในโลกในธีมโรงพยาบาลร้าง คุณต้องเดินผ่านคอร์สยาวประมาณ 900 เมตรด้วยตัวเองในเวลา 40~50 นาที
    • เคล็ดลับการใช้: แม้จะมี Free Pass ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมแยก (กลุ่มละ 4,000 เยน) ตลอดทางจะมี 'ทางออกฉุกเฉิน' ไว้สำหรับผู้ที่ทนความกลัวไม่ไหวและขอยอมแพ้กลางคัน
    • จุดเด่น: มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบญี่ปุ่น เช่น การขายกางเกงในที่ร้านของที่ระลึกสำหรับลูกค้าที่ตกใจจนกลั้นไม่อยู่(?)

2) โทมัสแลนด์ (Thomas Land) เพื่อความสุขของทั้งครอบครัว

ภายในฟูจิคิว ไฮแลนด์ มี โทมัสแลนด์ พื้นที่แยกส่วนสำหรับเด็กๆ ที่จำลองโลกของ 'โทมัสยอดหัวรถจักร' สถานที่นี้ เข้าฟรี เช่นกัน และมีเครื่องเล่นที่นุ่มนวลซึ่งเด็กเล็กสามารถเล่นได้ จึงเหมาะมากสำหรับทริปครอบครัว ผู้ใหญ่สามารถสลับกันไปเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว ในขณะที่เด็กๆ ก็สนุกอยู่ในโทมัสแลนด์ได้

3) เคล็ดลับการใช้งานและคู่มือการซื้อพาส

  • วิธีเข้าชม: แม้จะต้องการเข้าฟรี แต่คุณต้องไปที่ตู้ออกตั๋วเพื่อรับ ตั๋วเข้าชมฟรี จึงจะผ่านประตูเข้าไปได้
  • บัตรคิวทางด่วน (Priority Ticket): หากเครื่องเล่นยอดนิยมมีเวลารอคิวนาน คุณสามารถซื้อ 'บัตรคิวทางด่วน' เพื่อเข้าเล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อแถว (ซื้อแยกตามเครื่องเล่น)
  • แนะนำพาสเหมา (Q-Pack): หากเดินทางจากชินจูกุหรือชิบูย่า การใช้ 'Q-Pack' ซึ่งรวมค่ารถบัสไป-กลับและพาส 1 วัน จะคุ้มค่าที่สุด

หากคุณวางแผนจะไปเที่ยวสถานที่ชื่อดังอื่นๆ ในย่านคาวากุจิโกะด้วย โปรดตรวจสอบรายละเอียดใน ตอน 'คาวากุจิโกะ' เพื่อเติมเต็มทริปภูเขาไฟฟูจิให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น!

สรุปวิธีการจองและประเภทของ Q-Pack อย่างสมบูรณ์ระบบจอง Q-Pack ที่อัปเดตในปี 2026 และความแตกต่างของสินค้า

วิธีการจอง Q-Pack ซึ่งช่วยให้สนุกกับฟูจิคิว ไฮแลนด์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดได้มีการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นระบบการจองแบบรวมศูนย์ผ่าน เว็บไซต์ทางการของ Fuji-Q Highland (หรือแอป) แทนที่วิธีการเดิมที่ต้องจองที่นั่งบนเว็บรถบัสแล้วไปชำระเงินที่หน้างาน

1) การเปลี่ยนแปลงของวิธีการจอง Q-Pack

ในอดีตต้องใช้เว็บไซต์จองรถบัสภายนอก แต่ปัจจุบันต้องทำการ ชำระเงิน ที่ช่องทางทางการของ Fuji-Q

  • ขั้นตอนการดำเนินการ: เลือก 'ตั๋วชุดพาหนะเดินทาง' บนเว็บทางการ → ระบุจุดออกเดินทาง (ชินจูกุ, ชิบูย่า ฯลฯ) และเวลารถบัส → ชำระเงิน → รับ ตั๋ว QR Code
  • การขึ้นรถบัส: แสดงรหัส QR หรือหน้าจอการจองเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนขึ้นรถ
  • ข้อดี: นำรหัส QR ไปแลกพาสที่ตู้จำหน่ายตั๋วหน้าสวนสนุกแล้วเข้าชมได้เลย

2) ประเภทและความแตกต่างของสินค้า Q-Pack

ปัจจุบัน Q-Pack แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามขอบเขตของสิทธิประโยชน์ คือ Toku (得) Q-Pack และ Chotoku (超得) Q-Pack

ประเภทToku (得) Q-PackChotoku (超得) Q-Pack
ลักษณะสินค้าชุดรวมทั่วไป
(จองรถบัส + ส่วนลด)
ชุดแพ็กเกจพิเศษ
(เน้นการทำทัวร์)
เส้นทางและเวลาเลือกจุดออกเดินทางและเวลาได้หลากหลายจำกัดเฉพาะเส้นทาง/เวลาที่กำหนด (เช่น วิ่งตรงชินจูกุ)
องค์ประกอบพื้นฐานตั๋วรถบัสทางหลวงไป-กลับ + พาส 1 วันตั๋วรถบัสทางหลวงไป-กลับ + พาส 1 วัน
สิทธิประโยชน์เพิ่มไม่มีรวมบัตรคิวทางด่วน 1 ครั้ง
สรุปเน้นความคุ้มค่าและเวลาตามใจชอบเน้นความสะดวกและได้สิทธิ์ลัดคิว
หน้าจอง Toku (得) Q-Pack หน้าจอง Chotoku (超得) Q-Pack

💡 เคล็ดลับการจอง

จำเป็นต้องสมัครสมาชิกก่อนทำการจอง และเวลาเดินรถบัสที่ระบุตอนจอง Q-Pack อาจเปลี่ยนแปลงได้ยากจึงควรเลือกอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในกรณีของ Chotoku Q-Pack เนื่องจากจำหน่ายในจำนวนจำกัด หากกำหนดวันเดินทางได้แล้ว แนะนำให้รีบจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์