จังหวัดเอฮิเมะ - มัตสึยามะ ฯลฯ
1) ส้ม (みかん) 🍊
จังหวัดเอฮิเมะเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกส้มชั้นนำของญี่ปุ่น มีสายพันธุ์หลากหลาย เช่น อิโยกะ(IYOKA) ที่ขึ้นชื่อเป็นของท้องถิ่น ด้วยอากาศอบอุ่นทำให้เนื้อส้มนุ่มและหวาน จึงหาชิมได้ง่ายระหว่างท่องเที่ยว

2) ไทเมชิ(鯛めし) ข้าวหน้าปลากะพง
ไทเมชิเป็นอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเอฮิเมะ โดย วิธีทำจะแบ่งได้เป็น 2 แบบหลักตามพื้นที่
ในเอฮิเมะตอนกลางที่มีมัตสึยามะเป็นศูนย์กลาง มักเป็นแบบ วางปลากะพงย่างบนข้าวแล้วทานร่วมกัน ได้รสหอมย่างผสานกลิ่นทะเลแบบละมุน จัดเป็นเมนูที่ควรลองเมื่อมาเอฮิเมะ

ขณะที่ แถบอุวาจิมะทางตอนใต้ของเอฮิเมะ จะนิยมไทเมชิแบบ ใช้ซาชิมิปลากะพงสด คลุกกับไข่และซอสปรุงรสสูตรเฉพาะ รสชาติและโปรไฟล์ความอร่อยแตกต่างจากแบบมัตสึยามะอย่างชัดเจน
แม้อยู่จังหวัดเดียวกัน แต่รูปแบบไทเมชิแตกต่างกันตามพื้นที่ การได้ลองเทียบทั้งสองแบบก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ

3) จาโกะเท็น(じゃこ天)
ลูกชิ้นปลาท้องถิ่นเอฮิเมะ ทำจากเนื้อปลาบดขึ้นรูปแผ่นแล้วทอด จุดเด่นคือ หอมมันและหนึบ
นิยมทานเป็นของว่างหรือกับข้าว และหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อและตลาดในพื้นที่

4) อิมาบาริ ยากิบุตะ ทามาโกเมชิ(今治焼豚玉子飯)
เมนูดังของเมืองอิมาบาริ เป็นข้าวหน้าที่โปะไข่ดาว 2 ฟอง และ หมูย่างรสหวานเค็ม
แม้ส่วนผสมเรียบง่าย แต่ซอสมีเอกลักษณ์จนทำให้หลายคนติดใจ

จังหวัดคางาวะ - ทาคามัตสึ ฯลฯ
1) อุด้งซานุกิ(讃岐うどん) · สายอุด้งระดับตำนานของญี่ปุ่น
จังหวัดคางาวะถูกเรียกว่า “จังหวัดอุด้ง(うどん県)” เพราะวัฒนธรรมอุด้งฝังรากลึก จุดเด่นคือ เส้นหนึบเด้ง และ น้ำซุปใสที่มีอูมามิ ทั้งคาเคอุด้ง บุตสึคาเคอุด้ง คามะทามะอุด้ง ฯลฯ ก็หาทานได้ง่าย
ทั่วจังหวัดมีร้านอุด้งชื่อดังหนาแน่น จนเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวเลือกมาเยือนคางาวะ

1. ที่มาของอุด้งซานุกิ
มีตำนานที่เล่ากันแพร่หลายเกี่ยวกับความดังของอุด้งในคางาวะว่า พระภิกษุแห่งซานุกิ โคโบไดชิ(弘法大師, คูไค) ได้นำ วัฒนธรรมอาหารเส้นที่ใช้แป้งสาลีจากจีน กลับมาสู่ญี่ปุ่นหลังไปศึกษาที่ราชวงศ์ถัง
แม้หลักฐานเชิงบันทึกจะยืนยันไม่ได้ทั้งหมด แต่คางาวะถือเรื่องนี้เป็นรากวัฒนธรรมสำคัญ และเมื่อเชื่อมกับการเป็นถิ่นกำเนิดของโคโบไดชิ(อดีตแคว้นซานุกิ) จึงถูกยอมรับในฐานะหนึ่งในคำอธิบาย “กำเนิดอุด้งซานุกิ”
2. เหตุผลเชิง “ความจริง” ที่คางาวะกลายเป็นเมืองอุด้ง
นอกจากตำนาน ปัจจัยด้าน ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และเกษตรกรรม ก็มีบทบาทสำคัญ
- อากาศอบอุ่นค่อนข้างแห้ง เหมาะกับการปลูกข้าวสาลี
- ดินบนที่ราบซานุกิมีความเค็มสูง → เอื้อต่อการผลิตเกลือ
- คุณภาพน้ำที่เหมาะกับการนวดแป้งอุด้ง
สภาพแวดล้อมเหล่านี้รวมกันจนเป็น เงื่อนไขที่ช่วยให้เส้นมีความเด้งหนึบ
อีกทั้งในซานุกิมีวัฒนธรรมทำอุด้งทานกันในบ้าน วัด และชุมชนเกษตรมาตั้งแต่เดิม เมื่อทักษะและสูตรสะสมต่อเนื่อง จึงเกิด “อาณาจักรอุด้ง” อย่างที่เห็นในปัจจุบัน
3. ลำดับการสั่งอุด้งซานุกิ
ร้านอุด้งซานุกิจำนวนมากเป็นระบบเซลฟ์ การรู้ขั้นตอนล่วงหน้าจะช่วยให้สั่งง่ายขึ้น
- หยิบถาด
- บอกประเภทเส้น · อุณหภูมิ · ขนาด
- เลือกของทอด(เท็มปุระ)
- ชำระเงิน
- เติมท็อปปิ้งที่บาร์เซลฟ์ (ต้นหอม ขิง เท็นคาสึ ฯลฯ)
- รับประทาน
วิธีสั่งอาจต่างกันเล็กน้อยตามร้าน แต่ตารางด้านล่างช่วยให้จับคู่ อุณหภูมิเส้น · อุณหภูมิน้ำซุป · ประเภทเมนู ได้ไม่ยาก
ตัวอย่าง หากต้องการสั่ง คาเคอุด้ง 1 ที่ และอยากได้ “เส้นเย็น น้ำซุปร้อน” สามารถพูดได้ว่า
「かけうどん、ひと玉、ひやあつでお願いします。」
(คาเคอุด้ง, ฮิโตะทามะ, ฮิยะอัตสึ เดะ โอเนะไงชิมัส)
- บางร้านอาจกำหนดอุณหภูมิแบบตายตัว ไม่ได้ให้เลือก
คำเรียกตามปริมาณเส้น
| ภาษาญี่ปุ่น | คันจิ | ความหมาย | ปริมาณ(โดยประมาณ) |
|---|---|---|---|
| ひと玉 (ฮิโตะทามะ) | 一玉 | 1 ก้อน | ปกติ 1 ที่ (小) |
| ふた玉 (ฟุตะทามะ) | 二玉 | 2 ก้อน | ประมาณ 1.5–2 ที่ (大) |
| さん玉 (ซันทามะ) | 三玉 | 3 ก้อน | ประมาณ 2.5–3 ที่ (特) |
คำเรียกอุณหภูมิเส้น/น้ำซุป
| ภาษาญี่ปุ่น | ความหมาย |
|---|---|
| ひやあつ(ฮิยะอัตสึ) | เส้นเย็น + น้ำซุปร้อน |
| あつあつ(อัตสึอัตสึ) | เส้นและน้ำซุปร้อนทั้งคู่ |
| ひやひや(ฮิยะฮิยะ) | เส้นและน้ำซุปเย็นทั้งคู่ |
เมนูอุด้งซานุกิ
| ภาษาญี่ปุ่น | ความหมาย |
|---|---|
| かけ(คาเคะ) | อุด้งน้ำซุปร้อนแบบพื้นฐาน |
| ぶっかけ(บุตสึคาเคะ) | ราดน้ำซุปเข้มข้นปริมาณเล็กน้อย |
| しょうゆ(โชยุ) | ราดซีอิ๊วแล้วทาน |
| ざる(ซะรุ) | เส้นเย็น + จิ้มน้ำซุปเย็น |
| 釜玉(คามะทามะ) | เส้นร้อน + ซีอิ๊ว + ไข่ดิบ |
| 釜揚げ(คามะอาเกะ) | เส้นต้มเสิร์ฟพร้อมน้ำร้อน |
| ひやしうどん(ฮิยะชิอุด้ง) | อุด้งเสิร์ฟแบบเย็นพร้อมน้ำแข็ง |
| ゆだめ(ยุทาเมะ) | เส้นต้มเสิร์ฟพร้อมน้ำร้อน |
| 肉うどん(นิคุอุด้ง) | อุด้งหน้าเนื้อ |
| 肉ぶっかけ(นิคุ บุตสึคาเคะ) | บุตสึคาเคะแบบใส่ท็อปปิ้งเนื้อ |
2) โฮเน็ตสึกิโดริ(骨付き鳥) · ไก่น่องติดกระดูกย่างขึ้นชื่อของทาคามัตสึ
โฮเน็ตสึกิโดริ(骨付き鳥) เป็นเมนูท้องถิ่นของคางาวะ โดยเฉพาะย่านทาคามัตสึ เป็น ไก่น่องติดกระดูกย่างทั้งชิ้น
แต่ละร้านมีสูตรหมักและวิธีย่างต่างกัน รสชาติเอกลักษณ์ชัดเจน โดยทั่วไปจะปรุงด้วยซีอิ๊ว กระเทียม พริกไทย และให้รส เผ็ดเล็กน้อยพร้อมความหอมเข้มข้น เป็นเมนูที่เข้ากับเบียร์ได้ดีและได้รับความนิยมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว
โฮเน็ตสึกิโดริมักแบ่งเป็น 2 แบบ
- โอยะ(親): เนื้อเหนียวกว่าแต่หอมมัน ‘ไก่แก่’
- วากะ(若): เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ‘ไก่อ่อน’
ภาพลักษณ์ไก่ย่างบนกระทะร้อนและกลิ่นหอมจัดจ้านทำให้เป็นหนึ่งในเมนูที่ควรลองเมื่อมาเยือนทาคามัตสึ

จังหวัดโทคุชิมะ
1) ไก่อะวะโอโดริ(阿波尾鶏) · ไก่แบรนด์พรีเมียมที่โทคุชิมะพัฒนาขึ้น
ไก่อะวะโอโดริ(阿波尾鶏) เป็นสายพันธุ์ไก่เนื้อพรีเมียมที่จังหวัดโทคุชิมะใช้เวลาพัฒนานานกว่า 10 ปี และถูกประเมินว่าเป็นหนึ่งในไก่แบรนด์ที่ คุณภาพโดดเด่น ของญี่ปุ่น
จุดเด่นคือเนื้อแน่นเด้งและรสอูมามิชัด นิยมทำชาบู ย่างถ่าน หรือเสิร์ฟตามร้านอาหารไก่เฉพาะทาง จัดเป็นวัตถุดิบเด่นของโทคุชิมะ

อะวะโอโดริ(การเต้น) vs ไก่อะวะโอโดริ
ทั้งสองชื่อมาจาก “อะวะ(阿波)” = ชื่อเรียกเดิมของโทคุชิมะ แต่ คันจิที่ใช้กับ “โอโดริ(おどり)” ต่างกัน จึงมีความหมายคนละอย่าง
- 阿波おどり → ใช้ ‘踊り’ หมายถึงการเต้น เป็นเทศกาลดังของโทคุชิมะ
- 阿波尾鶏 → ใช้ ‘尾鶏’ หมายถึง “ไก่หางยาว”
แม้ออกเสียงเหมือนกัน แต่รากศัพท์และการใช้งานต่างกัน ควรแยกความหมายให้ชัดเมื่อเที่ยวโทคุชิมะ
2) ราเม็งโทคุชิมะ · ราเม็งโชยุเข้มข้น × ไข่ดิบ
ราเม็งโทคุชิมะ มีเอกลักษณ์คือซุป ทงคตสึผสมโชยุเข้มข้น โปะหมูตุ๋น/หมูผัดรสหวานเค็มคล้ายยากินิคุ และทานคู่ ไข่ดิบ
รสหวานเค็มและอูมามิเด่น ร้านราเม็งจะกระจุกตัวในเมืองโทคุชิมะ ถือเป็นราเม็งท้องถิ่นที่คาแรกเตอร์ชัดและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว

จังหวัดโคจิ
1) คัตสึโอะทาทากิ(鰹のたたき) · เมนูกุ้งปลาคัตสึโอะตัวเด่นของโคจิ
คัตสึโอะทาทากิ เป็นอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของโคจิ โดย ย่างเฉพาะผิวปลาคัตสึโอะด้วยไฟฟาง ให้ด้านในยังคงกึ่งดิบ (rare)
นิยมทานกับเกลือ ยูสุ(โดยเฉพาะยูสุโคจิ “ยูซุ”) และกระเทียม ได้รสสดชื่นแต่เข้มข้น โคจิเป็นพื้นที่ที่ทำประมงปลาคัตสึโอะอย่างคึกคัก จึงขึ้นชื่อเรื่องความสดและรสชาติเมื่อทานที่ท้องถิ่น

2) โคจิ มอร์นิง(高知モーニング)
“โคจิ มอร์นิง” คือวัฒนธรรมคาเฟ่ช่วงเช้าในโคจิ ที่เพียงสั่งเครื่องดื่ม 1 แก้วก็จะได้ชุดอาหารอย่างโทสต์ สลัด ไข่ ผลไม้ ฯลฯ มาด้วย จุดเด่นคือ จัดเต็มและคุ้มค่า
วัฒนธรรมนี้ยังเชื่อมกับภาพลักษณ์ “แผ่นดินสาเก โทสะ(土佐)” ที่ขึ้นชื่อเรื่องวงเหล้ายาวในยามค่ำคืน เช้าวันถัดมาจึงนิยมไปคาเฟ่เพื่อทานมื้อเช้าที่ง่ายแต่รองท้องได้ดี
อีกข้อเด่นคือ แต่ละคาเฟ่จัดเซ็ตไม่เหมือนกัน ตั้งแต่โทสต์มาตรฐาน ไปจนถึงมอร์นิงแบบญี่ปุ่นที่มีข้าว ซุปมิโซะ และกับข้าว หรือบางร้านจัดหลายจานคล้ายมินิบุฟเฟต์ จนคนท้องถิ่นนิยมทำ “มอร์นิงทัวร์”
โดยมากให้บริการราว 08:00–11:00 และราคาใกล้เคียงค่ากาแฟ ประมาณ 700–800 เยน จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากลองวิถีชีวิตประจำวันของโคจิก่อนเริ่มเที่ยว
3) ขนมปังหมวก (โบชิปัง)
โบชิปังของโคจิเป็นขนมปังโลคัลที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ด้านบนมีแป้งคุกกี้ที่ดูเหมือน สวมหมวก จึงได้ชื่อเช่นนี้
หน้าตาคล้ายเมลอนปังที่พบได้ทั่วญี่ปุ่น แต่โบชิปังโคจิเด่นเรื่องความต่างของผิวและเนื้อที่ชัดกว่า
ด้านนอกเป็นแป้งคุกกี้กรอบหวาน ด้านในเป็นขนมปังขาวนุ่มรสอ่อน ทำให้ได้สองสัมผัสในคำเดียว โดยเฉพาะส่วนคุกกี้ที่กว้างและหนา ทำให้ ความโดดเด่นของผิวหน้ามากกว่า เมลอนปังทั่วไป

4) นาเบะยากิราเม็ง(須崎鍋焼きラーメン) · ราเม็งเสิร์ฟในหม้อดิน
นาเบะยากิราเม็ง(鍋焼きラーメン) มีต้นกำเนิดจากเมืองซูซากิ(須崎市) ในโคจิ
ใช้น้ำซุปไก่เป็นหลัก และจุดเด่นคือ เสิร์ฟมาในหม้อดินที่เดือดร้อน ใส่เส้นเหนียวนุ่ม ไข่ ต้นหอม และชาชู เป็นเมนูร้อนลึกที่ได้รับความนิยมทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

5) วัฒนธรรมอาหารจากส้มของโคจิ
โคจิเป็นพื้นที่ที่ วัฒนธรรมการใช้ผลไม้ตระกูลส้มในอาหารพัฒนาอย่างมาก โดยเฉพาะ บุนตัน(文旦) โคนัตสึ(小夏) และ ยูสุ(柚子) ที่กลายเป็นวัตถุดิบ代表ของจังหวัด ทั้งสามชนิดไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ แต่แทรกซึมอยู่ในอาหาร ผลิตภัณฑ์แปรรูป และขนมหวานหลากหลาย
บุนตัน(文旦) เป็นส้มผลใหญ่ เปลือกหนา เนื้อสีเหลืองอ่อน รสชาติเด่นที่ เปรี้ยวสดชื่นและเบาสบายมากกว่าหวานจัด มักทานสด ใช้ทำสลัดหรือของหวาน และในโคจิยังถูกมองเป็นผลไม้พรีเมียมสำหรับของฝากด้วย

โคนัตสึ(小夏) เป็นส้มที่มีรสเปรี้ยวชัด และมีวิธีกินแบบโคจิโดยเฉพาะ คือไม่ปอกเอาเฉพาะเนื้อ แต่จะ หั่นทานโดยเหลือเยื่อขาวไว้ ความหวานตามธรรมชาติของเยื่อขาวจะช่วยบาลานซ์ความเปรี้ยว ทำให้เป็นผลไม้ยอดนิยมช่วงต้นฤดูร้อน

ยูสุ(柚子) คือวัตถุดิบสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของอาหารโคจิ โดยปกติไม่ได้ทานเนื้อผล แต่ใช้ กลิ่นหอมสดชื่นและเข้มข้น ทำเป็นยูสุพอนสึ ซอสยูสุ ชายูสุ ยูสุโคโช ฯลฯ
โคจิมีสัดส่วนการผลิตยูสุในญี่ปุ่นมากกว่าครึ่ง ทำให้การใช้ยูสุในอาหารและเครื่องดื่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้ง

