เที่ยวโยนาโกะ: ประตูสู่ภูมิภาคซันอินและเมืองแห่งรสชาติอันอุดมสมบูรณ์
โยนาโกะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดทตโตริ เป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวภูมิภาคซันอิน และเป็นสถานที่ที่คุณสามารถเพลิดเพลินกับอาหารทะเลสดๆ พร้อมกับธรรมชาติที่สวยงามได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากสัตว์น้ำสดๆ ที่เพิ่งจับขึ้นมาจากท่าเรือใกล้เคียงแล้ว วัฒนธรรม กิวโคตสึราเมน (ราเมนซุปกระดูกวัว) ที่เคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นลุ่มลึกก็ได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดีที่นี่
นอกจากนี้ยังเป็นประตูสู่การเดินทางไปยัง ภูเขาไดเซ็น ซึ่งเป็นภูเขาที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น และ ซาไกมินาโตะ ที่โด่งดังเรื่องหมู่บ้านปีศาจ ด้วยภูมิประเทศที่ผสมผสานระหว่างทะเลและภูเขาทำให้คุณสามารถชื่นชมทัศนียภาพที่หลากหลาย และเป็นเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการสัมผัส วิถีชีวิตท้องถิ่นที่แสนอบอุ่นและอาหารอร่อยท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ตัวเมืองโย나โกะ
ตัวเมืองโยนาโกะประกอบด้วยโบราณสถานทางประวัติศาสตร์รอบสถานีหลักและหมู่บ้านออนเซ็นที่ให้คุณรื่นรมย์ไปกับการแช่น้ำพร้อมชมทะเลญี่ปุ่น เหมาะสำหรับการเดินเล่นเบาๆ และพักผ่อนหย่อนใจ
1. ซากปราสาทโย나โกะ (Yonago Castle Ruins)
สถานที่ซึ่งหลงเหลือร่องรอยของปราสาทโยนาโกะที่ในอดีตเคยถูกขนานนามว่า 'ปราสาทเหนือเมฆ' เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาตามแนวป้อมปราการ คุณจะได้ชมวิวพาโนรามา 360 องศา ที่มองเห็นทั้ง ตัวเมืองโยนาโกะ ภูเขาไดเซ็น และทะเลญี่ปุ่น ได้ในสายตาเดียว อย่างไรก็ตาม การขึ้นสู่ยอดเขาต้องใช้การ เดินเขาเบาๆ ประมาณ 15 นาที จึงแนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย

- คำสั่งหนึ่งแคว้นหนึ่งปราสาทและปราสาทโยนาโกะ: ในปี 1615 เมื่อรัฐบาลโชกุนเอโดะออกคำสั่ง 'ให้เหลือปราสาทเพียงแห่งเดียวในหนึ่งภูมิภาค' ปราสาทโยนาโกะไม่ได้ถูกกำหนดให้รื้อถอน ในตอนนั้นแคว้นทตโตริที่ปกครองย่านนี้ได้ใช้ปราสาททตโตริเป็นปราสาทหลัก แต่เนื่องจากความสำคัญทางทหารและเศรษฐกิจของปราสาทโยนาโกะ จึงได้รับอนุญาตให้ 'คงสภาพความเป็นปราสาทไว้' ต่อมาตระกูลอาราโอะซึ่งเป็นผู้อาวุโสของแคว้นทตโตริได้สืบทอดการดูแลและคงสภาพปราสาทไว้นานกว่า 240 ปี
- เบื้องหลังที่แท้จริงของการเหลือเพียงซากปราสาท: สาเหตุสำคัญที่ทำให้ตัวอาคารปราสาทโยนาโกะหายไปคือ 'คำสั่งรื้อถอนปราสาท' ที่ประกาศในสมัยเมจิ (ปี 1873) หลังสิ้นสุดยุคเอโดะ ในตอนนั้นอาคารต่างๆ ของปราสาทถูกขายให้ภาคเอกชนและถูกรื้อถอนเพื่อนำไม้ไปใช้เป็นฟืนหรือวัสดุอื่นๆ ปัจจุบันจึงหลงเหลือเพียง ฐานหินและซากปราสาท อันยิ่งใหญ่ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองในอดีต และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ
- ความต่างจากปราสาทมัตสึเอะ: แม้ ปราสาทมัตสึเอะ ที่อยู่ใกล้เคียงจะผ่านวิกฤตคำสั่งรื้อถอนมาได้ด้วยความพยายามของชาวเมืองจนกลายเป็น 1 ใน '12 หอคอยปราสาทที่ยังคงอยู่' แต่ปราสาทโยนาโกะแม้ตัวอาคารจะหายไป ทว่าด้วยความรู้สึกเปิดโล่งและทัศนียภาพอันงดงามจาก 'ซากฐาน' ทำให้ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็น 'ปราสาทที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่น (ในด้านทัศนียภาพ)'
2. ย่านอาซาฮิมาจิ (Asahimachi)
อาซาฮิมาจิ ตั้งอยู่ในระยะเดินถึงจากสถานีโยนาโกะ เป็นย่านที่คึกคักในยามค่ำคืนมากกว่ากลางวัน ตลอดแนวตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ยังคงกลิ่นอายในอดีต เต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์ที่มีเอกลักษณ์ เป็นย่าน ใจกลางเมือง ที่คุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดที่สุด
- ตะลอนชิมร้านดังท้องถิ่น: มีร้าน กิวโคตสึราเมน (ราเมนซุปกระดูกวัว) ของขึ้นชื่อเมืองโยนาโกะ หรือร้านอาหารขนาดเล็กที่เสิร์ฟอาหารทะเลสดๆ เป็นกับแกล้มมากมาย การตามหา 'ร้านอร่อยของคนแถวนี้' จึงเป็นเรื่องที่สนุกมาก
- ความคิดถึงยุคโชวะ: ตามมุมต่างๆ ของตรอกซอยยังมีป้ายและอาคารเก่าที่ทำให้หวนนึกถึงญี่ปุ่นยุค 70-80 (ยุคโชวะ) เหมาะสำหรับการเก็บภาพ อารมณ์เมืองรองที่แสนอบอุ่น แทนที่จะเป็นแสงสีนีออนฉูดฉาด
- จุดปิดท้ายวัน: เนื่องจากอยู่ใกล้กับโรงแรมใจกลางเมือง จึงเป็นทำเลที่เหมาะที่สุดสำหรับการแวะดื่มเบาๆ เพื่อปิดท้ายวันหลังจากเสร็จสิ้นกำหนดการเที่ยว แม้จะมีร้านเปิดถึงดึกหลายร้าน แต่เนื่องจากเป็นเมืองขนาดเล็ก ในยามดึกสงัดผู้คนอาจจะบางตาลงมาก จึงแนะนำให้เที่ยวชมในเวลาที่เหมาะสม
3. ไคเกะออนเซ็น (Kaike Onsen)
ไคเกะออนเซ็นตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น เป็นหมู่บ้านออนเซ็นที่หาได้ยากในญี่ปุ่นเพราะเป็น น้ำพุร้อนน้ำเค็มที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ทะเล มีโรงแรมที่ทันสมัยและเรียวกังดั้งเดิมตั้งเรียงรายให้คุณได้แช่น้ำพร้อมชมวิวทะเล จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพักผ่อน
- เอกลักษณ์ของออนเซ็น: เนื่องจากเป็นน้ำพุร้อนที่มาจากทะเลจึงอุดมไปด้วย แร่ธาตุ มากมาย ช่วยให้ร่างกายคงความอบอุ่นได้นานหลังการแช่ และมี ประสิทธิภาพในการเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวเรียบเนียนดุจแพรไหม จนได้รับการขนานนามว่าเป็น 'ออนเซ็นเพื่อความงาม'
- กิจกรรมน่าสนใจ: เหมาะสำหรับการเดินรับลมทะเลบนเส้นทางเดินเลียบชายหาด หรือแวะพักผ่อนที่ บ่อแช่เท้าฟรี ที่ใครๆ ก็ใช้บริการได้เพื่อใช้เวลาอย่างผ่อนคลาย

1. แนะนำสถานที่ออนเซ็นแบบไปเช้า-เย็นกลับ (Day Trip)
เนื่องจากไคเกะออนเซ็นตั้งอยู่ติดทะเล คุณจึงสามารถเพลิดเพลินกับการแช่น้ำท่ามกลางทัศนียภาพที่งดงามได้ในเวลาสั้นๆ โดยเลือกใช้บริการบ่อแช่รวมของเรียวกังหรือบ่อน้ำร้อนสาธารณะที่คุ้มค่า
-
โอหยู แลนด์ (Ou Land): เป็นบ่อน้ำร้อนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่รวมกับโรงแรม เป็นที่นิยมและราคาถูกที่สุด
-
จุดเด่น: มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น บ่อกลางแจ้ง, ซาวน่า, บ่อส่วนตัวสำหรับครอบครัว และราคาสมเหตุสมผลมาก
-
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ประมาณ 550 เยน
เว็บไซต์ทางการโอหยู แลนด์ ตำแหน่งโอหยู แลนด์
-
-
เบย์ไซด์ สแควร์ ไ카เกะ โฮเทล (ชิโอนะยุ): สถานที่ทันสมัยตั้งอยู่หน้าทะเลโดยตรง
- จุดเด่น: สามารถ ชมวิวทะเลญี่ปุ่นได้แบบพาโนรามา จากบ่อกลางแจ้งพร้อมฟังเสียงคลื่น จึงได้รับความนิยมสูงในหมู่นักท่องเที่ยว
- ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ประมาณ 400 เยน ~ 700 เยน (ราคาต่างกันตามเวลาที่เข้าใช้)
-
เรียวกังหลัก เช่น คิคุโนยะ (Kikunoya): เรียวกังดั้งเดิมหลายแห่งอนุญาตให้เข้าแช่น้ำแบบไปเช้า-เย็นกลับได้ในช่วงบ่าย
- จุดเด่น: คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบและสวนที่สวยงามตามแบบฉบับเรียวกัง บางแห่งมีแพ็คเกจรวมค่าเช่าผ้าเช็ดตัวด้วย
- เวลา: ปกติเปิดให้บริการระหว่าง 15:00~21:00 น. (ต่างกันไปตามแต่ละเรียวกัง) จึงจำเป็นต้องตรวจสอบล่วงหน้า
2. เคล็ดลับการใช้งาน
- บ่อแช่เท้าฟรี: ตามย่านร้านค้าและชายหาดในไคเกะออนเซ็นจะมี บ่อแช่เท้าให้บริการฟรี หากมีเวลาน้อยเพียงแค่แช่เท้าเบาๆ ก็สัมผัสถึงสรรพคุณของน้ำพุร้อนน้ำเค็มได้เพียงพอ
- สิ่งที่ต้องเตรียม: ในกรณีใช้บ่อน้ำร้อนสาธารณะ (เช่น โอหยู แลนด์) มักจะมีค่าบริการผ้าเช็ดตัวเพิ่ม หากพกผ้าเช็ดตัวไปเองจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
- ตรวจสอบสภาพผิว: เนื่องจากเป็น 'น้ำพุร้อนคลอไรด์' หากมีบาดแผลอาจรู้สึกแสบเล็กน้อย แต่มีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อที่ดีเยี่ยมและส่งผลดีต่อปัญหาผิวพรรณ
พื้นที่รอบนอกโยนาโกะ
หากคุณใช้โยนาโกะเป็นฐานที่พัก คุณจะสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางรอบนอกที่หลากหลาย ตั้งแต่หมู่บ้านปีศาจในการ์ตูนไปจนถึงภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น และสวนดอกไม้ขนาดใหญ่
1. ซาไกมินาโตะ (Sakaiminato)
เมืองท่าที่เดินทางจากสถานีโยนาโกะโดย 'รถไฟปีศาจ' ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เป็นสถานที่ที่มีเสน่ห์ซึ่งคุณจะได้พบกับโลกแห่งการ์ตูนและอาหารทะเลสดๆ ได้พร้อมกัน
1) ถนนมิซึกิ ชิเกรุ และพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มิซึกิ ชิเกรุ
ที่นี่คือบ้านเกิดของอาจารย์มิซึกิ ชิเกรุ ผู้เขียนการ์ตูนเรื่อง 'GeGeGe no Kitaro' ทั้งเมืองจึงถูกตกแต่งราวกับสวนสนุกธีมปีศาจ

- ถนนมิซึกิ ชิเกรุ: เส้นทางยาวประมาณ 800 เมตรจากสถานี เรียงรายไปด้วย รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ปีศาจกว่า 170 ตัว ที่ทำออกมาอย่างประณีต ตลอดทางมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างรถไฟปีศาจ ตู้ไปรษณีย์ปีศาจ ให้คุณเดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน
- พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์มิซึกิ ชิเกรุ: สถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสชีวิตและโลกทัศน์ของผลงานอาจารย์อย่างลึกซึ้ง สามารถชม การตั้งค่าตัวละครปีศาจที่ละเอียดอ่อนและภาพวาดต้นฉบับ จึงเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับแฟนการ์ตูน
- เวลาทำการ: 09:30 ~ 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
- วันหยุด: เปิดทุกวันตลอดปี
- ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน, นักเรียนมัธยม 500 เยน, เด็กประถม 300 เยน
2) ตลาดปลาซาไกมินาโตะ
ใกล้กับท่าเรือซาไกมินาโตะซึ่งเป็นแหล่งจับปูแดงที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีตลาดอาหารทะเลที่คึกคักให้คุณได้ลิ้มลองของสดจากทะเล

- อาหารทะเลสดใหม่: คุณจะได้พบกับ ปูแดง ปูยักษ์ และปลาทูน่า ที่เพิ่งจับขึ้นมาจากทะเลญี่ปุ่นในราคาย่อมเยา
- ประสบการณ์การกิน: ลองชิม ข้าวหน้าอาหารทะเล (Kaisendon) ชามโตในร้านอาหารภายในตลาด หรือสนุกกับการทานอาหารทะเลปิ้งย่างสดๆ เพื่อสัมผัสความมีชีวิตชีวาของเมืองท่า
- เวลาทำการ: 08:00 ~ 16:00 น. (ต่างกันตามแต่ละร้าน)
- วันหยุด: ทุกวันอังคาร
2. ภูเขาไดเซ็น (Mt. Daisen)
ภูเขาอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า 'ฟูจิแห่งซันอิน' เป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของโยนาโกะ ประกอบด้วยป่าต้นบีชที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นตะวันตกและวัดวาอารามที่เปี่ยมไปด้วยพลังอันศักดิ์สิทธิ์
1) วัดไดเซ็นจิ และศาลเจ้าโอกามิยามะ
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาไดเซ็น เป็นเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรที่ทอดตัวไปตามป่าอันเงียบสงบ
-
วัดไดเซ็นจิ: วัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์กว่า 1,300 ปี เก็บรักษา สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ของญี่ปุ่นไว้มากมาย เหมาะสำหรับการเดินชมบรรยากาศวัดป่าเพื่อจัดระเบียบจิตใจ
เว็บไซต์ทางการวัดไดเซ็นจิ ตำแหน่งวัดไดเซ็นจิ
-
ศาลเจ้าโอกามิยามะ: โด่งดังด้วยเส้นทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้าที่ ปูด้วยหินที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น กำแพงหินที่มีตะไคร่น้ำเกาะและป่าทึบสร้างบรรยากาศที่ดูลึกลับ มอบทัศนียภาพที่ธรรมชาติและประวัติศาสตร์รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เว็บไซต์ทางการศาลเจ้าโอกามิยามะ ตำแหน่งศาลเจ้าโอกามิยามะ
ศาลเจ้าโอกามิยามะ ประดิษฐานเทพเจ้า โอกุนินุชิ (Okuninushi) เทพผู้ปกครองแผ่นดินและดูแลเรื่องความสัมพันธ์และความรุ่งเรืองตามตำนานเทพเจ้าญี่ปุ่น ที่นี่ท่านได้รับการเคารพบูชาในฐานะ 'เทพผู้พิทักษ์ขุนเขา' ท่ามกลางธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของภูเขาไดเซ็น
เรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเทพองค์นี้มีรายละเอียดอยู่ในตอน อิซุโมะ ไทชะ หากอ่านประกอบกันจะช่วยเพิ่มความสนุกในการเดินทางได้มากขึ้น
2) ไดเซ็นมาคิบะ มิลค์โนะซาโตะ (Daisen Milk no Sato)
จุดแวะพักสำหรับฮีลใจที่คุณสามารถมองเห็นวัวนมที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ของภูเขาไดเซ็น
-
ผลิตภัณฑ์นมสดใหม่: คุณสามารถลิ้มรสผลิตภัณฑ์นมที่มีความหอมมันเป็นเลิศ เช่น ชีส โยเกิร์ต และเนย ที่ทำจากนมสดที่เพิ่งรีดมาใหม่ๆ
-
ซอฟต์เสิร์ฟรสนม: นี่คือเมนูที่ต้องลอง รสชาติ นมหอมหวานและเข้มข้น เต็มคำเป็นเมนูยอดนิยมที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยว
เว็บไซต์ทางการมิลค์โนะซาโตะ ตำแหน่งมิลค์โนะซาโตะ
เมื่อคุณนั่งรถบัสจากสถานีโยนาโกะมาถึง วัดไดเซ็นจิ คุณสามารถเดินเท้าต่อไปยัง ศาลเจ้าโอกามิยามะ ได้อย่างสะดวก แต่สำหรับ มิลค์โนะซาโตะ ที่โด่งดังเรื่องผลิตภัณฑ์นมสดนั้น ระบบขนส่งสาธารณะยังเข้าไม่ถึง หากไม่มีรถเช่าจะเดินทางไปได้ลำบากมาก
3. ทตโตริ ฮานะไกโระ (Tottori Hanakaido)
สวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นสวนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้หลากสีสันที่จะคอยต้อนรับผู้มาเยือนตลอดทั้งปี

1) ระเบียงทางเดินชมวิวและฟลาวเวอร์โดม
มีโครงสร้างที่โดดเด่นซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้เพลินเพลินกับดอกไม้ได้โดยไม่เกี่ยงสภาพอากาศหรือฤดูกาล
- ระเบียงทางเดินชมวิว 1 กม.: ด้วย ระเบียงทางเดินที่มีหลังคาคลุมยาว 1 กม. ทำให้คุณสามารถเดินชมสวนได้โดยรอบอย่างสบายใจแม้ในวันที่ฝนตกหรือหิมะตกโดยไม่ต้องใช้ร่ม
- ฟลาวเวอร์โดม: ภายในโดมเรือนกระจกขนาดยักษ์เต็มไปด้วยพืชเมืองร้อนและดอกไม้หายาก ช่วยให้คุณสัมผัสพลังของดอกไม้ที่สดใสได้แม้ในฤดูหนาว
2) เทศกาลดอกไม้ตามฤดูกาลและอิลลูมิเนชั่น
มีเทศกาลดอกไม้ตามธีมจัดขึ้นตลอดสี่ฤดู ตั้งแต่ดอกทิวลิปในฤดูใบไม้ผลิ ดอกลิลลี่ในฤดูร้อน ไปจนถึงดอกคอสมอสในฤดูใบไม้ร่วง
- อิลลูมิเนชั่นยามค่ำคืน: ในฤดูหนาวหรือช่วงเวลาพิเศษตอนกลางคืน จะมีการจัด เทศกาลแห่งแสง โดยใช้ไฟนับหมื่นดวงตกแต่งร่วมกับดอกไม้ สวนในยามค่ำคืนที่แสนมหัศจรรย์ มอบความทรงจำที่แสนโรแมนติกให้แก่ครอบครัวหรือคู่รัก
3) ข้อมูลการใช้งาน
ฮานะไกโระมี เวลาทำการและค่าเข้าชม แตกต่างกันไปตามฤดูกาล จึงแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนไปเยือน โดยเฉพาะการจัดแสดงไฟประดับยามค่ำคืนที่จะกำหนดตามฤดูกาล ควรเช็คตารางล่วงหน้าให้สอดคล้องกับแผนการเที่ยว
- ต้องพกหนังสือเดินทาง: นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถรับส่วนลด ค่าเข้าชม 50% เพียงแสดงหนังสือเดินทาง การพกติดตัวไปจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก
- รถบัสรับส่งฟรี: มีบริการ รถบัสรับส่งฟรีจากสถานีโยนาโกะ ทำให้ผู้ที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะเดินทางไปได้สะดวก ลองตรวจสอบตารางเวลาด้านล่างเพื่อวางแผนการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ

