คู่มือพาสการเดินทางโอซาก้า·คันไซ: ทางเลือกตั๋วเดินทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณทำไมต้องเข้าใจเรื่องพาสก่อนวางแผนตารางเที่ยว
หากคุณเพิ่งเคยมาเที่ยวโอซาก้าครั้งแรก อาจจะรู้สึกมืดแปดด้านว่าควรเลือกพาสการเดินทางไหนดีท่ามกลางพาสที่มีอยู่มากมาย
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การจัดตารางเที่ยวก่อนแล้วค่อยพยายามหาพาสมาใส่ตามหลัง ซึ่งอาจทำให้คุณต้องมานั่งแก้ตารางที่จัดไว้แล้วใหม่ทั้งหมด ดังนั้น การทำความเข้าใจคุณสมบัติและเงื่อนไขการใช้พาสก่อน แล้วจึงค่อยจัดตารางเที่ยว จะมีประสิทธิภาพมากกว่ามาก
ตัวอย่างเช่น บางคนเข้าใจผิดว่า Osaka Amazing Pass เป็นพาสสารพัดประโยชน์ที่ต้องใช้ตลอดเวลาในโอซาก้า จนซื้อพาสแบบ 1 วันมาถึง 4 ใบสำหรับทริป 4 วัน 3 คืน แต่ในความเป็นจริง การทำแบบนี้มักจะทำให้ขาดทุน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องศึกษากลไกและขอบเขตการใช้งานของพาสแต่ละประเภทให้ดีก่อน
บัตรเติมเงินที่ซื้อได้ในภูมิภาคคันไซมีอะไรบ้าง?สถานที่ซื้อบัตรเติมเงิน ICOCA และ KANSAI ONEPASS
เนื่องจากแนวคิดพื้นฐานของบัตรเติมเงินได้อธิบายไว้ในตอน 'ข้อมูลทั่วไป 2 - ข้อมูลการคมนาคม' แล้ว ในที่นี้เราจะมาดู บัตร ICOCA และ KANSAI ONEPASS ที่สามารถซื้อได้โดยตรงในโอซาก้า กัน
1) ICOCA (อิโคคะ)
เป็นบัตรเติมเงินมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป สามารถใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน รถบัส และร้านสะดวกซื้อทั่วญี่ปุ่น

- ข้อมูลการซื้อ: สามารถซื้อได้ทันทีที่ตู้จำหน่ายตั๋วในสถานี โดยเลือกจำนวนเงินได้ตั้งแต่ 1,000 เยน ถึง 5,000 เยน (รวมค่ามัดจำบัตร 500 เยน)
- สำหรับเด็ก: ต้องไปออกบัตรที่ Ticket Office (Green Window) ภายในสถานีโดยแสดงหนังสือเดินทาง (ไม่สามารถซื้อที่ตู้ได้)
- ⚠️ ข้อควรระวัง: ที่สถานี Universal City ไม่มี Ticket Office จึงไม่สามารถออกบัตร ICOCA สำหรับเด็กได้ ควรเตรียมตัวจากในเมืองหรือที่สนามบินก่อนมา
- อายุการใช้งาน: 10 ปีนับจากการใช้งานครั้งสุดท้าย
2) KANSAI ONEPASS (คันไซ วันพาส)
บัตรเติมเงินรุ่นพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยรวมฟังก์ชันบัตรเติมเงินเข้ากับสิทธิประโยชน์ส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวหลัก

- ข้อมูลการซื้อ: จำหน่ายที่ ราคาคงที่ 3,000 เยน (รวมค่ามัดจำ 500 เยน) และต้องใช้ หนังสือเดินทาง ในการซื้อเนื่องจากสงวนสิทธิ์ให้ชาวต่างชาติเท่านั้น
- คุณสมบัติหลัก:
- ดีไซน์ลายการ์ตูน Atom ที่น่าสะสม
- ไม่มีวันหมดอายุ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทุกเมื่อในทริปถัดไป
- จำหน่ายเฉพาะที่สนามบินคันไซและสถานีหลักบางแห่งเท่านั้น
- ได้รับ ส่วนลดและสิทธิพิเศษจากสถานที่ในเครือ ทั่วภูมิภาคคันไซ เช่น จุดชมวิว Kuchu Teien
- ⚠️ ข้อควรระวัง: ไม่มีบัตรสำหรับเด็ก หากเดินทางพร้อมเด็ก แนะนำให้เลือกบัตร ICOCA สำหรับเด็กแทน
3) ตารางเปรียบเทียบเบื้องต้น
| ประเภท | ICOCA | KANSAI ONEPASS |
|---|---|---|
ราคาที่ซื้อ | เริ่มต้น 1,000 เยน (เลือกได้) | 3,000 เยน (ราคาเดียว) |
บัตรสำหรับเด็ก | มี (ติดต่อที่ Ticket Office) | ไม่มี |
สิทธิประโยชน์เพิ่ม | เน้นฟังก์ชันการเดินทางพื้นฐาน | ส่วนลด/สิทธิพิเศษสถานที่ท่องเที่ยวหลัก |
สถานที่ซื้อ | สถานีรถไฟเกือบทุกแห่ง | สนามบินและสถานีศูนย์กลางบางแห่ง |
พาสการเดินทางที่ต้องรู้เมื่อไปเที่ยวโอ사카สรุปข้อมูลครบถ้วนทั้ง Railway Pass, Joy Pass, Osaka Amazing Pass และ e-Pass
1) Kansai Railway Pass (ชื่อเดิม: Kansai Thru Pass)
Kansai Thru Pass ที่เคยได้รับความรักมาอย่างยาวนานได้ยุติการจำหน่ายในเดือนเมษายน 2024 และมี Kansai Railway Pass เข้ามาแทนที่ ซึ่งต่างจากในอดีตตรงที่ ไม่สามารถใช้กับรถบัสในเกียวโตหรือรถไฟ Randen ได้แล้ว และมีการปรับราคาขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบตารางเที่ยวก่อนซื้อ

- ขอบเขตการใช้งาน: รถไฟใต้ดินและรถไฟเอกชน ทั่วภูมิภาคคันไซ เช่น โอซาก้า, เกียวโต, โกเบ, นารา, ฮิเมจิ
- ราคา: แบบ 2 วัน 5,200 เยน / แบบ 3 วัน 6,500 เยน (เด็กราคาครึ่งหนึ่ง)
- จุดเด่น: สามารถ ใช้งานแบบไม่ต่อเนื่อง ได้ (เช่น ใช้ในวันจันทร์ แล้วข้ามไปใช้ในวันพุธ)
- ข้อควรระวัง: ไม่สามารถใช้กับ JR, รถไฟใต้ดินเทศบาลเกียวโต, รถบัสในพื้นที่คันไซ และรถไฟ Randen เกียวโต
2) เปรียบเทียบ Osaka Amazing Pass vs Osaka e-Pass
หากคุณมีแผนจะเที่ยวชมเมืองโอซาก้า นี่คือสองพาสหลักที่ต้องพิจารณา โดยความต่างที่สำคัญคือ การรวมค่าเดินทางไว้หรือไม่
| ประเภท | Osaka Amazing Pass | Osaka e-Pass |
|---|---|---|
ฟังก์ชันการเดินทาง | รถไฟใต้ดิน/รถบัส ไม่จำกัด | ไม่มี (ต้องใช้บัตรเติมเงินแยก) |
สถานที่เข้าฟรี | ประมาณ 40 แห่ง (รวมปราสาทโอซาก้า) | ประมาณ 20 แห่ง (ไม่รวมสถานที่บางแห่ง) |
ราคาแบบ 1 วัน | 3,500 เยน | 2,400 เยน |
- Osaka Amazing Pass: ได้เปรียบหากคุณมีการเคลื่อนที่บ่อยและวางแผนจะเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลัก (เช่น ปราสาทโอซาก้า) หลายแห่ง รายชื่อสถานที่เข้าฟรี
- Osaka e-Pass: เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัตรเติมเงินอยู่แล้วหรือเน้นการเดินเที่ยวเป็นหลัก
3) Kansai Joy Pass (Have Fun In Kansai)
เป็นพาสแบบ 'เลือกใช้' โดยคุณสามารถเลือกสถานที่ท่องเที่ยวได้ 3 แห่ง หรือ 6 แห่งตามประเภทพาส
- ข้อดี: มีอายุการใช้งาน 7 วัน นับจากวันแรกที่ใช้ ทำให้ตารางเที่ยวไม่บีบคั้น
- สถานที่หลัก: จุดชมวิว Kuchu Teien, HARUKAS 300, Solaniwa Onsen เป็นต้น
- เคล็ดลับ: เพียงแค่เลือกเข้าสถานที่ที่ค่าตั๋วปกติแพง (เช่น Toei Uzumasa Movie Park 2,400 เยน) เพียง 3 แห่ง ก็คุ้มค่าพาสแน่นอน
- รายชื่อสถานที่: สถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา แนะนำให้ตรวจสอบ รายชื่อสถานที่ล่าสุด ก่อนเดินทาง
4) ตั๋ว 1 วันสำหรับรถไฟใต้ดิน Osaka Metro และรถบัส (Enjoy Eco Card)
พาสพื้นฐานที่ได้รับความรักมากที่สุดจากทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ใช้ขึ้นรถไฟใต้ดินและรถบัสในเมืองโอซาก้าได้ไม่จำกัดตลอดหนึ่งวัน
- ราคาจำหน่าย:
- สำหรับวันธรรมดา: ผู้ใหญ่ 820 เยน / เด็ก 310 เยน
- สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด: ผู้ใหญ่ 620 เยน / เด็ก 310 เยน
- ขอบเขตการใช้งาน: ทุกเส้นทางของ Osaka Metro + รถบัสประจำทางโอซาก้า (ยกเว้นบางเส้นทาง)
- จุดเด่น: สามารถรับส่วนลดจากสถานที่ท่องเที่ยวกว่า 20 แห่งเพียงแค่แสดงหน้าจอ QR
- วิธีซื้อ: สามารถซื้อเป็นตั๋วดิจิทัลผ่านเว็บไซต์ SURUTTO QRtto หรือซื้อตั๋วแข็งได้ที่ตู้จำหน่ายอัตโนมัติในสถานีรถไฟใต้ดิน
5) ตั๋ว 26 ชั่วโมง / 48 ชั่วโมง (เฉพาะรูปแบบดิจิทัล)
พัฒนาไปอีกขั้นจากแนวคิด '1 วัน/2 วัน' แบบเดิม โดยพาสนี้จะ คำนวณอายุการใช้งานเป็นรายชั่วโมงนับจากการเริ่มใช้ครั้งแรก ทำให้ได้เปรียบอย่างมากสำหรับผู้ที่เริ่มเที่ยวในช่วงบ่าย
- ราคาจำหน่าย:
- แบบ 26 ชั่วโมง: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / เด็ก 500 เยน
- แบบ 48 ชั่วโมง: ผู้ใหญ่ 1,700 เยน / เด็ก 850 เยน
- ขอบเขตการใช้งาน: เฉพาะเส้นทางของ Osaka Metro เท่านั้น (ไม่สามารถใช้กับรถบัสได้)
- ข้อดีหลัก:
- มีผลตามชั่วโมง: หากแตะเข้าเกจครั้งแรกตอนบ่าย 3 โมง แบบ 26 ชั่วโมงจะใช้ได้ถึงบ่าย 5 โมงของวันถัดไป
- รวมสถานี Yumeshima: ครอบคลุมไปถึงสถานี Yumeshima ในเขตเกาะเทียม ทำให้เดินทางได้กว้างขวางขึ้น
- ข้อควรระวัง: ไม่สามารถใช้กับรถบัสโอซาก้าและ Imazato Liner ได้ ดังนั้นควรเลือกใช้เมื่อแผนการเดินทางของคุณเน้น รถไฟใต้ดินเป็นหลัก
- วิธีซื้อ: ซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ SURUTTO QRtto หรือผ่านตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เช่น Klook แล้วใช้งานผ่าน QR Code
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
คู่มือเปรียบเทียบ Osaka Amazing Pass · e-Pass · Joy Pass
พาสยอดนิยมอย่าง Kansai Joy Pass, Osaka Amazing Pass และ Osaka e-Pass มีความคล้ายคลึงกันแต่มี ลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน
ทั้งสามพาสล้วนให้สิทธิ์ เข้าชมฟรีหรือรับส่วนลดในสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนหนึ่ง แต่จะต่างกันที่ วิธีการใช้งาน ระยะเวลา และพาหนะที่รวมอยู่
| ชื่อพาส | สรุปใจความสำคัญ | รวมค่าเดินทางหรือไม่ |
|---|---|---|
| Joy Pass | เลือกใช้กับสถานที่ท่องเที่ยว 3 หรือ 6 แห่ง | ไม่รวม (สามารถเลือกแลกตั๋วสาย Keihan ได้) |
| Amazing Pass | เข้าชมฟรีไม่จำกัดกว่า 40 สถานที่ | รวม (รถไฟใต้ดิน/รถบัส ไม่จำกัด) |
| e-Pass | เข้าชมฟรีสถานที่ท่องเที่ยวหลักกว่า 20 แห่ง | ไม่รวม |
จุดต่างสำคัญระหว่าง Amazing Pass และ e-Pass คือการรวมค่าเดินทางและ สิทธิ์ในการเข้าชมปราสาทโอซาก้าฟรีเนื่องจาก e-Pass ไม่รวมฟังก์ชันการเดินทาง จึงต้องใช้งานร่วมกับ บัตรเติมเงินอย่าง ICOCA หรือ Eco Card (พาสรถไฟใต้ดิน)
ในขณะที่ Joy Pass มอบสิทธิประโยชน์ที่แตกต่าง เช่น จุดชมวิว Kuchu Teien (ฟรีถ้าเข้าก่อน 17:00), จุดชมวิว HARUKAS 300 หรือ ส่วนลด 1,000 เยนที่ร้านอาหารที่กำหนด หากคุณมีแผนจะไป Toei Uzumasa Movie Park ที่เกียวโต Joy Pass จะคุ้มค่าที่สุด
- เที่ยวเก็บแต้มในโอซาก้า + เดินทางไม่จำกัด = Osaka Amazing Pass
- เน้นเข้าสถานที่ที่ต้องการ + ความคุ้มค่าสูงสุด = e-Pass + Eco Card
- เน้นจุดชมวิวและจะไป Movie Park เกียวโต = Joy Pass
ระหว่าง Osaka Amazing Pass, พาสรถไฟใต้ดิน และบัตรเติมเงิน แบบไหนคุ้มกว่ากัน?เกณฑ์การเลือกอย่างชาญฉลาดตามจำนวนการเดินทางและเส้นทาง
1) Osaka Amazing Pass vs พาสรถไฟใต้ดิน + e-Pass
หากคุณวางแผนจะเที่ยวในเมืองโอซาก้า แทนที่จะซื้อ Amazing Pass ทันที ลองคำนวณ รูปแบบการเคลื่อนที่และสถานที่ที่จะไป ดูก่อน จะช่วยให้เที่ยวได้อย่างชาญฉลาด
- Amazing Pass (All-in-One): ยังคงคุ้มค่าหากผลรวมค่าเข้าสถานที่หลัก (รวมปราสาทโอซาก้าประมาณ 600 เยน) เกินกว่า 2,500 เยน ~ 3,000 เยนขึ้นไป เหมาะสำหรับสายลุยที่อยากเก็บสถานที่ท่องเที่ยว 3-4 แห่งในวันเดียว
- พาสรถไฟใต้ดิน + e-Pass (คู่หูสุดคุ้ม): ปัจจุบันการผสมผสานระหว่าง Osaka e-Pass (2,400 เยน) และ Enjoy Eco Card (620 เยนในวันหยุด) ที่ซื้อจากตู้ในสถานี ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะราคาถูกกว่า Amazing Pass ประมาณ 500 เยนขึ้นไป แต่ยังครอบคลุมสถานที่สำคัญ (จุดชมวิว, ล่องเรือ ฯลฯ) ได้เกือบทั้งหมด
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Osaka Amazing Pass | Eco Card + e-Pass |
|---|---|---|
ตารางเที่ยวที่แนะนำ | เน้นเข้าสถานที่ท่องเที่ยว 4 แห่งขึ้นไป | เข้าจุดสำคัญ 2-3 แห่ง + เดินทางสบายๆ |
สิทธิประโยชน์หลัก | รวมปราสาทโอซาก้าฟรี | ไม่รวมปราสาทโอซาก้า แต่รวมจุดชมวิวหลัก |
ช่วงราคา (1 วัน) | 3,500 เยน | ประมาณ 3,020 เยน (เกณฑ์วันหยุด) |
2) พาสการเดินทาง vs Contactless (แตะบัตรเครดิต)
หากจำนวนการเดินทางน้อย คุณสามารถใช้บัตรเครดิตของตัวเองได้โดยไม่ต้องปวดหัวเรื่องพาส
- การชำระเงินแบบ Contactless: สามารถใช้บัตรเครดิตที่มีสัญลักษณ์ไวไฟหรือ Apple Pay แตะขึ้นรถไฟใต้ดินโอซาก้าและรถไฟเอกชนหลัก (Hankyu, Hanshin ฯลฯ) ได้ทันที หากคุณ เดินทางไม่เกิน 3 ครั้งต่อวัน วิธีนี้จะสะดวกและประหยัดกว่าการซื้อพาส (อย่างไรก็ตาม JR ยังคงใช้ไม่ได้)
- ICOCA (บัตรเติมเงิน): ยังคงเป็นไอเทมที่ต้องมีหากคุณต้องขึ้น สาย JR (เช่น ไป USJ) หรือ รถบัสในเกียวโต บ่อยครั้ง เนื่องจากยังไม่รองรับ Contactless
3) ราคาค่าโดยสารเที่ยวเดียวที่ควรทราบ
ลองดูราคาด้านล่างเพื่อพิจารณาว่าการซื้อพาสจะคุ้มทุนหรือไม่ (ปกติการจะใช้พาสให้คุ้มต้องเดินทางรวมกันเกิน 1,000 เยน หรือขึ้นรถ 3-4 ครั้งขึ้นไป)
- อุเมดะ ↔ เกียวโต กาวารามาจิ (สาย Hankyu): 410 เยน
- โอซาก้า นัมบะ ↔ โกเบ ซันโนมิยะ (สาย Hanshin): 420 เยน
- โอซาก้า นัมบะ ↔ คินเทตสึ นารา (สาย Kintetsu): 680 เยน
- โยโดะยาบาชิ ↔ ฟูชิมิอินาริ (สาย Keihan): 420 เยน
- อุเมดะ ↔ ฮิเมจิ (สาย Hanshin & Sanyo): 1,320 เยน
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
แล้ว Osaka Amazing Pass และ e-Pass สำหรับเด็กมีจำหน่ายไหม?
พาสยอดนิยมอย่าง Osaka Amazing Pass และ e-Pass ที่อธิบายไปข้างต้นนั้น ไม่มีแบบสำหรับเด็กจำหน่ายแยกต่างหาก นี่เป็นจุดที่พ่อแม่ที่เตรียมทริปครอบครัวอาจจะสับสนได้
แม้การซื้อพาสราคาผู้ใหญ่ให้เด็กจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กและสถานที่ที่จะไป การเลือกจ่ายค่าเดินทางและค่าเข้าชมราคาเด็กเป็นรายที่อาจจะถูกกว่ามาก
ตัวอย่างการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายสำหรับเด็ก (ประถม)
ลองคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กอายุระหว่าง 6 ปี ถึงต่ำกว่า 12 ปี เมื่อไปเยือนสถานที่สำคัญ 3 แห่งในโอซาก้า
| รายการ | ราคาจ่ายแยกสำหรับเด็ก |
|---|---|
| Enjoy Eco Card (พาส 1 วันสำหรับเด็ก) | 310 เยน |
| ปราสาทโอซาก้า (หอคอยหลัก) | ฟรี (ต่ำกว่ามัธยมต้น) |
| จุดชมวิว Kuchu Teien | 500 เยน |
| ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE | 1,000 เยน |
| รวมทั้งสิ้น | 1,810 เยน |
ตามตารางด้านบน เด็กสามารถสนุกกับวันนั้นได้ด้วยเงินเพียง 1,810 เยน ซึ่งประหยัดไปได้เกือบ ครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับการซื้อพาส Amazing Pass ราคาผู้ใหญ่ (3,500 เยน)
TourCast ได้จัดทำ ตารางสรุปราคาค่าเข้าสำหรับเด็กแยกตามสถานที่ท่องเที่ยว ไว้ให้ในคู่มือนี้ โปรดอ้างอิงข้อมูลดังกล่าวเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบว่าลูกของคุณจำเป็นต้องใช้พาสจริงๆ หรือไม่
- ราคาอ้างอิงตามวันที่ 1 เมษายน 2026 และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ของสถานที่ (หน่วยเงินเป็นเยน)
- แถบสีเขียวคือสถานที่ที่เข้าได้เฉพาะ Amazing Pass, แถบสีฟ้าคือเฉพาะ e-Pass เท่านั้น
- สำหรับใบรับรองสถานะนักเรียน อาจต้องใช้บัตรนักเรียน หากไม่มีให้ใช้หนังสือเดินทางแทน (ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่)
| จุดชมวิว Kuchu Teien | ผู้ใหญ่ | 4 ปี~ประถม | ต่ำกว่า 4 ปี | เข้าฟรีถึงเวลา 15:00 น. หลังจากนั้นลด 30% |
|---|---|---|---|---|
| 2,000 | 500 | ฟรี | ||
| ชิงช้าสวรรค์ HEP FIVE | 6 ปีขึ้นไป | 5 ปีลงไป | ||
| 1,000 | ฟรี | |||
| พิพิธภัณฑ์ที่อยู่อาศัยโอซาก้า | ผู้ใหญ่ | นร.มัธยม/นร.โต | ต่ำกว่ามัธยมต้น | ต้องแสดงบัตรนักเรียน |
| 600 | 300 | ฟรี | ||
| Tombori River Cruise | ผู้ใหญ่ | นร.มัธยม/นร.โต | เด็กประถม | ต้องจองตั๋วล่วงหน้าหน้างาน ผู้ใหญ่ 1 คนพกเด็กประถมเข้าฟรีได้ 1 คน (ตามเงื่อนไข) |
| 2,000 | 1,000 | 500 | ||
| WONDER CRUISE | ผู้ใหญ่ | 6-12 ปี | ต่ำกว่า 5 ปี | เน้นการจองผ่าน WEB |
| 2,000 | 800 | ฟรี | ||
| หอคอยซึเท็นคาคุ | มัธยมปลายขึ้นไป | 5 ปี~มัธยมต้น | ต่ำกว่า 5 ปี | |
| 2,000 | 1,000 | ฟรี | ||
| สไลเดอร์ยักษ์ (ซึเท็นคาคุ) | มัธยมปลายขึ้นไป | 7 ปี~มัธยมต้น | ต่ำกว่า 6 ปีห้ามขึ้น | |
| 1,000 | 500 | |||
| สวนสัตว์เท็นโนจิ | ผู้ใหญ่ | ประถม/มัธยมต้น | ต่ำกว่าประถม | |
| 500 | 200 | ฟรี | ||
| ชิงช้าสวรรค์เท็มโปซาน | 3 ปีขึ้นไป | เด็กประถมห้ามขึ้นคนเดียว | ||
| 1,000 | ||||
| ปราสาทโอซาก้า | ผู้ใหญ่ | นร.มัธยม/นร.โต | ต่ำกว่ามัธยมต้น | นักเรียนต้องแสดงบัตร ISIC หรือบัตรรับรองสถานะ |
| 1,200 | 600 | ฟรี | ||
| Osaka Aqua Liner | มัธยมต้นขึ้นไป | เด็กประถม | ผู้ใหญ่ 1 คนพกเด็กเล็กฟรี 1 คน (นั่งตัก) | |
| 2,000 | 1,000 | |||
| ออนเซ็น Hinata no Yu | มัธยมต้นขึ้นไป | 4 ปี~ประถม | ต่ำกว่า 3 ปี | |
| 880 (จ.-ศ.) / 1,100 (ส.-อา.) | 400 | ฟรี |
วิธีใช้พาสรถไฟเอกชนหลัก: Hankyu Tourist · Hanshin 1-Day · Keihan · Kintetsu Rail Passคู่มือเลือกพาสรถไฟเอกชนหลักในคันไซตามราคา เส้นทาง และเงื่อนไขที่ปรับปรุงใหม่
เมื่อเร็วๆ นี้ พาสรถไฟเอกชนในภูมิภาคคันไซมีการ ปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบดิจิทัลพร้อมกับการปรับขึ้นราคาอย่างมาก หากคุณซื้อโดยยึดตามความคุ้มค่าในอดีตอาจจะทำให้ขาดทุนได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องเข้าใจโครงสร้างราคาในปัจจุบัน
1) Hankyu Tourist Pass (พาสฮันคิว)
ตั๋วแข็งแบบเดิมได้ยุติการจำหน่ายแล้ว ปัจจุบันจำหน่ายเฉพาะในรูปแบบ ตั๋วดิจิทัล (QR Code) เท่านั้น
- ราคา: แบบ 1 วัน 1,300 เยน (ปรับขึ้นมาก)
- จุดคุ้มทุน: เนื่องจากค่ารถไฟไป-กลับ อุเมดะ ↔ กาวารามาจิ (เกียวโต) อยู่ที่ 820 เยน คุณต้องขึ้นรถ อย่างน้อย 4 ครั้งต่อวัน ถึงจะคุ้มค่าพาส
- คำแนะนำ: หากเป็นการเดินทางไป-กลับโอซาก้า-เกียวโตแบบปกติ การใช้ บัตรเติมเงิน (ICOCA) หรือบัตรเครดิต Contactless จะประหยัดกว่ามาก
2) Hankyu Hanshin 1-Day Pass
เป็นพาสรูปแบบใหม่ที่รวมเอาพาสแยกเดิมของ Hankyu และ Hanshin เข้าไว้ด้วยกัน
- ขอบเขตการใช้งาน: ทุกเส้นทางของ Hankyu + ทุกเส้นทางของ Hanshin + Kobe Kosoku Line
- ราคา: แบบ 1 วัน 1,600 เยน
- เคล็ดลับการใช้: พาสนี้จะคุ้มทุนต่อเมื่อคุณมีแผนเที่ยวแบบ 'เก็บครบ' โดยเริ่มจากโอซาก้าแล้วไปทั้ง เกียวโต (เช่น อาราชิยามะ) และโกเบ (เช่น ซันโนมิยะ) ภายในวันเดียว สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่แนะนำให้ใช้แผนที่เหนื่อยขนาดนี้
3) Keihan Pass (เกียวโต·โอซาก้า)
ควรพิจารณาเมื่อคุณวางแผนจะเที่ยวในย่าน ฟูชิมิอินาริ, วัดน้ำใส (กิออน) และอูจิ โดยใช้สาย Keihan เป็นหลัก
- ประเภทหลัก:
- Kyoto-Osaka 1-Day: 1,650 เยน (แบบ 24 ชั่วโมง 1,850 เยน)
- Kyoto-Osaka + Osaka Metro Pass: 2,160 เยน
- เกณฑ์การตัดสินใจ: ค่ารถไป-กลับ โยโดะยาบาชิ ↔ ฟูชิมิอินาริ อยู่ที่ 960 เยน คุณต้องขึ้นสาย Keihan เกิน 5 ครั้งต่อวัน ถึงจะคุ้มราคาพาส 1,650 เยน จึงควรพิจารณาให้รอบคอบ
4) Kintetsu Rail Pass (พาสคินเทตสึ)
มอบความคุ้มค่าอย่างมหาศาลเมื่อต้องการเดินทางไกลจากโอซาก้าผ่าน นารา ไปยัง นาโกย่า หรือมิเอะ (อิเสะชิมะ)

- แบบ 1·2 วัน: เน้นช่วงโอซาก้า-นารา-เกียวโต รวมค่ารถบัสในนาราด้วย จึงมีประโยชน์สำหรับทริปนาราแบบไปเช้า-เย็นกลับ
- แบบ 5 วัน (ธรรมดา/Plus): จำเป็นสำหรับผู้ที่จะเดินทางจากโอซาก้าไป นาโกย่า (สามารถนั่งรถไฟ 'Hinotori' ได้หากซื้อตั๋วรถด่วนพิเศษแยกต่างหาก)
- ข้อควรระวัง: หากจะไป สวนสนุกอิโคมะ (Ikoma Sanjo Amusement Park) โปรดตรวจสอบช่วงเวลาปิดปรับปรุงในฤดูหนาว (ประมาณ ม.ค.-ก.พ.)
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
โอซาก้า–นาโกย่า การใช้ Kintetsu Rail Pass คุ้มจริงหรือ?
เมื่อค้นหาวิธีไปนาโกย่าจากโอซาก้า มักจะมีการแนะนำ Kintetsu Rail Pass แต่ในความเป็นจริง ผลได้ผลเสียจะแตกต่างกันไปตามสไตล์การเที่ยวของคุณ
| พาหนะ | เวลาเดินทาง | ค่าใช้จ่าย (เที่ยวเดียว) |
|---|---|---|
| รถไฟธรรมดา Kintetsu (พาส) | ประมาณ 3 ชม. 50 นาที (เปลี่ยนรถ 2 ครั้ง+) | รวมอยู่ในพาส |
| รถด่วนพิเศษ Hinotori | ประมาณ 2 ชม. 15 นาที (ตรง) | ประมาณ 4,990 เยน (รวมค่ารถด่วน) |
| ชินคันเซ็น | ประมาณ 50 นาที (ตรง) | ประมาณ 6,700 เยน |
การใช้ Kintetsu Rail Pass แบบ 5 วัน (4,900 เยน) ขึ้นรถไฟธรรมดาจะประหยัดมาก แต่การใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมงพร้อมกับการเปลี่ยนรถบ่อยครั้งจะทำให้เหนื่อยล้ามาก หากผู้ถือพาสต้องการนั่งรถด่วน Hinotori ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรถด่วนเพิ่ม (ไป-กลับประมาณ 4,260 เยน) ซึ่งรวมแล้วราคาจะแทบไม่ต่างจากการจองแยกปกติ
- หากไปเช้าเย็นกลับ: แนะนำให้ใช้ ชินคันเซ็น เพื่อประสิทธิภาพของเวลา หรือจองรถด่วน Hinotori เพื่อความสบาย
- หากมีแผนเที่ยวระหว่างทางเยอะ: Kintetsu Rail Pass จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อคุณวางแผนจะเที่ยวทั้ง มิเอะ (อิเสะชิมะ), นารา ไปจนถึงนาโกย่าให้ครบตลอด 5 วัน
- เคล็ดลับเส้นทาง: หากไม่อยากเสียเวลาเดินทางย้อนกลับ ลองพิจารณาตั๋วเครื่องบินแบบ เข้าโอซาก้า (In) – ออกนาโกย่า (Out) ดูครับ
หมายเหตุ: ช่วงสถานีเกียวโต–นาโกย่า หากใช้รถไฟธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 20 นาที และเนื่องจากมีการเปลี่ยนบริษัทผู้ดูแลเส้นทาง มักจะเกิดข้อผิดพลาดหากใช้บัตรเติมเงินแตะผ่าน จึงควรซื้อตั๋วกระดาษตัวจริงก่อนขึ้นรถครับ
พาสเฉพาะทางสำหรับเกียวโตและอาริมะออนเซ็นวิธีใช้ตั๋วเดินทางในเกียวโตและแพ็กเกจอาริมะออนเซ็นให้คุ้มค่า
1) ตั๋วรถไฟใต้ดินเกียวโต 1 วัน
พาสสำหรับใช้รถไฟใต้ดินที่วิ่งตัดผ่านเมืองเกียวโตในแนวตะวันออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้
- ขอบเขตการใช้งาน: ทุกเส้นทางของรถไฟใต้ดินเทศบาลเกียวโต (Karasuma Line, Tozai Line)
- ราคา: แบบ 1 วัน 800 เยน (เด็ก 400 เยน)
- จุดเด่น: เดิมทีเกียวโตเน้นการเที่ยวด้วยรถบัสทำให้พาสนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยม แต่ในปี 2026 เมื่อปัญหาความแออัดของรถบัสรุนแรงขึ้น พาสนี้จึงมีมูลค่าสูงขึ้นสำหรับผู้ที่พักใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน (เช่น สถานี Kyoto, Shijo, Karasuma-Oike) เพื่อใช้เคลื่อนที่หนีฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว
2) ตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัสเกียวโต 1 วัน (Subway & Bus One-Day Pass)
เปรียบเสมือน 'มาตรฐาน' ของพาสท่องเที่ยวเกียวโต หลังจากตั๋วรถบัส 1 วันถูกยกเลิกไปในปี 2024 พาสนี้จึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดในปัจจุบัน
- ขอบเขตการใช้งาน: รถไฟใต้ดินเทศบาล + รถบัสเทศบาล + รถบัสเกียวโต (บางส่วน) + รถบัส Keihan (บางส่วน)
- ราคา: แบบ 1 วัน 1,100 เยน (เด็ก 550 เยน)
- เกณฑ์ความคุ้มค่า: เนื่องจากค่ารถบัสปกติอยู่ที่ 230 เยน พาสนี้จะคุ้มทันทีหากคุณใช้พาหนะสาธารณะ ตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไปต่อวัน
- เคล็ดลับ: คุณสามารถขึ้นรถบัส Sightseeing Express (EX100, EX101) ที่วิ่งเฉพาะวันหยุดได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ช่วยประหยัดเวลาได้มาก
3) รถบัส Sightseeing Express เกียวโต (EX100, EX101)
เส้นทางรถด่วนสำหรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มใช้ในเดือนมิถุนายน 2024 โดยลดจำนวนป้ายจอดเพื่อเชื่อมต่อสถานที่สำคัญให้เร็วขึ้น
- EX100 (Raku-Raku Ginkakuji): สถานี Kyoto → วัดน้ำใส (Gojo-zaka) → กิออน → ศาลเจ้าเฮอัน → วัดเงิน (Ginkakuji)
- EX101 (Raku-Raku Kiyomizudera): วิ่งตรงจากสถานี Kyoto → วัดน้ำใส (Gojo-zaka)
- ราคา: เที่ยวละ 500 เยน
- วิธีใช้: เนื่องจากราคาต่อเที่ยวค่อนข้างสูง วิธีที่เป็นมาตรฐานคือการพกตั๋วรถไฟใต้ดินและรถบัส 1 วัน (1,100 เยน) เพื่อขึ้นรถสายนี้ได้ไม่จำกัด
4) Arima Onsen Taikou-no-yu Package Ticket
มีประโยชน์มากเมื่อต้องการไปเยือน 'Taikou-no-yu' ธีมพาร์คออนเซ็นขนาดใหญ่ในอาริมะออนเซ็นจากตัวเมืองโอซาก้าหรือโกเบ
- ประกอบด้วย: รถไฟไป-กลับ (Hankyu หรือ Hanshin) + รถไฟ Kobe Railway + บัตรเข้าใช้บริการ Taikou-no-yu
- ราคา: ฉบับ Hankyu 3,150 เยน / ฉบับ Hanshin 2,950 เยน
- ข้อดี: เนื่องจากค่าเข้า Taikou-no-yu ปกติอยู่ที่ประมาณ 2,700~3,000 เยน พาสนี้จึงเปรียบเสมือนพาสมหัศจรรย์ที่ทำให้ ค่าเดินทางของคุณกลายเป็นศูนย์หรือถูกกว่านั้น
เคล็ดลับเฉพาะของ TourCast!
พาสการเดินทางไหนมีประโยชน์ที่สุดในเกียวโต?
แม้พาส Hankyu จะเคยหยุดจำหน่ายไปช่วงหนึ่ง แต่ปัจจุบัน สามารถซื้อกลับมาใช้ได้ในรูปแบบดิจิทัล (1,300 เยน) อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับในอดีตที่ราคาถูกกว่านี้มาก ความคุ้มค่าจึงลดลงไปพอสมควร
หลายคนบอกว่าถ้าจะไปศาลเจ้าฟูชิมิอินาริให้ใช้ พาส Keihan แต่ ถ้าคุณไม่ได้ขึ้นสาย Keihan อย่างน้อย 5 ครั้งต่อวัน อาจจะขาดทุนได้
| ช่วงการเดินทาง (เกณฑ์สาย Keihan) | ราคาจ่ายแยก |
|---|---|
| โอซาก้า (Yodoyabashi) → ฟูชิมิอินาริ | 480 เยน |
| ฟูชิมิอินาริ → Demachiyanagi (ไปทางวัดเงิน) | 300 เยน |
| Demachiyanagi → Gion-shijo (ไปทางวัดน้ำใส/ตลาดนิชิกิ) | 240 เยน |
| Gion-shijo → โอซาก้า (Yodoyabashi) | 490 เยน |
| รวมทั้งสิ้น | 1,510 เยน |
แม้จะเที่ยวตามคอร์สยอดนิยมทั้งหมด ยอดรวมจะอยู่ที่ 1,360 เยน ซึ่งยังถูกกว่า Keihan Pass แบบ 1 วัน (1,650 เยน) สรุปได้ว่า การใช้เพียงเพื่อไป-กลับ หรือขึ้นลงเพียง 3-4 ครั้ง จะทำให้จ่ายแพงกว่าปกติ
- หากขึ้นรถเกิน 5 ครั้ง: ให้ซื้อพาส Keihan เพื่อเที่ยวเจาะลึกไปถึงย่านอูจิหรือชูโชจิมะ
- สำหรับตารางเที่ยวทั่วไป: การใช้ ICOCA (บัตรเติมเงิน) หรือ บัตรเครดิต Contactless เพื่อขึ้น JR, Hankyu, Keihan หรือ Randen ได้อย่างอิสระโดยไม่เกี่ยงสาย จะมีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งในด้านเวลาและค่าใช้จ่าย
ช่วงเวลาที่ควรเลือกใช้งานสาย JRช่วงเส้นทางหลักที่ JR มีประสิทธิภาพมากกว่า เช่น สนามบิน·เกียวโต·โกเบ·USJ
หากคุณมาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก อาจจะสับสนระหว่าง สาย JR และ รถไฟใต้ดิน/รถไฟเอกชน โดยพาสอย่าง Amazing Pass หรือ e-Pass ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะไม่รวมสาย JR แล้วทำไมเราถึงต้องขึ้นสาย JR ระหว่างทริปโอซาก้าล่ะ?
1) ในตัวเมืองโอซาก้า: 'ไม่แนะนำ' หากไม่ใช่จุดหมายเฉพาะทาง
สำหรับการเที่ยวในเมืองโอซาก้า (นัมบะ, อุเมดะ, ชินไซบาชิ ฯลฯ) รถไฟใต้ดินสาย Midosuji เร็วและสะดวกที่สุด การใช้สาย JR เพื่อเคลื่อนที่ในเมืองมักจะวิ่งอ้อมไปรอบนอกหรือทำให้การเปลี่ยนขบวนซับซ้อนขึ้น
- กรณีประเว้น: เมื่อจะไป Universal Studios Japan (USJ) จำเป็นต้องใช้ สถานี JR Universal City ในกรณีนี้คุณต้องขึ้นสาย JR ไม่ว่าจะมีพาสอื่นหรือไม่ก็ตาม
2) การเดินทางระหว่างเมือง: JR มอบความเร็วและประสิทธิภาพ
เมื่อต้องออกจากตัวเมืองโอซาก้าไปยังเกียวโตหรือโกเบ รถไฟ 'Special Rapid' ของ JR มักจะเร็วกว่ารถไฟเอกชนอย่างเห็นได้ชัด
| ช่วงเส้นทาง | พาหนะ | เวลาเดินทาง | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
โอซาก้า ↔ เกียวโต | JR Special Rapid | ประมาณ 29 นาที | ถึงสถานีเกียวโต (เร็วที่สุด) |
| รถไฟ Hankyu | ประมาณ 43 นาที | ถึงสถานีเกียวโตกาวารามาจิ | |
สนามบิน ↔ เกียวโต | JR Haruka | ประมาณ 83 นาที | ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน, สะดวกที่สุด |
| รถไฟเอกชน + รถไฟใต้ดิน | ประมาณ 130 นาที | ต้องเปลี่ยนขบวนอย่างน้อย 2 ครั้ง |
3) ข้อควรระวังเมื่อใช้สาย JR
- เมื่อไปเยือนนารา (Nara): สถานี JR Nara อยู่ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวหลัก (เช่น สวนกวางนารา) มากกว่าสถานี Kintetsu Nara ประมาณ 1 กม. หากต้องการเดินให้น้อยที่สุด การใช้สาย Kintetsu จะได้เปรียบกว่า
- ยังไม่รองรับ Contactless: ปัจจุบันรถไฟใต้ดินโอซาก้าและรถไฟเอกชนสามารถแตะบัตรเครดิตขึ้นได้แล้ว แต่ สาย JR ยังไม่สามารถทำได้ เมื่อจะไป USJ คุณต้องซื้อตั๋วกระดาษตัวจริงหรือเติมเงินในบัตรอย่าง ICOCA เพื่อใช้งาน
- ตรวจสอบพาส: หากไม่ใช่พาสที่ออกโดย JR West (เช่น Kansai Area Pass) พาส 'โอซาก้า' ส่วนใหญ่จะไม่สามารถใช้ขึ้น JR ได้
💡 เคล็ดลับจาก TourCast
หากอยู่ในใจกลางโอซาก้าให้ใช้ รถไฟใต้ดิน แต่ถ้าต้องการเดินทางไปเกียวโตหรือโกเบอย่างรวดเร็วให้ใช้ JR Special Rapid แนะนำให้สร้างนิสัยตรวจสอบว่ามีโลโก้ 'JR' อยู่ในเส้นทางที่ Google Maps แนะนำหรือไม่ เพื่อช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาครับ
วิธีใช้พาส JR Kansai · Wide · Miniวิธีเลือกพาส JR ที่เหมาะสมที่สุดตามขอบเขตและระยะเวลาการเดินทาง
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีการ เดินทางระหว่างเมือง บ่อยๆ เช่น เกียวโต, โกเบ, ฮิเมจิ มากกว่าการเที่ยวในตัวเมืองโอซาก้า พาสจาก JR จะกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังมาก
1) JR Kansai Area Pass (รวมรถไฟ Haruka)
เหมาะสำหรับการเดินทางตรงจากสนามบินคันไซไปเกียวโต หรือทริปวันเดียวที่เน้นเส้นทาง JR
- สิทธิประโยชน์หลัก: ใช้ที่นั่งระบุเลข (2 ครั้ง) และที่นั่งไม่ระบุเลขของรถไฟด่วนสนามบิน 'HARUKA' ได้
- สิทธิพิเศษเพิ่มเติม: รวมตั๋วแลกพาส 1 วันของรถไฟใต้ดินเกียวโต, สาย Keihan และสาย Hankyu (มีประโยชน์มากสำหรับการเที่ยวในเมืองเกียวโต)
- ราคา: แบบ 1 วัน 2,800 เยน ~ แบบ 4 วัน 7,000 เยน (สำหรับผู้ใหญ่)
- ข้อควรระวัง: สำหรับรถไฟด่วนพิเศษอื่นๆ นอกเหนือจาก Haruka (เช่น Kuroshio, Thunderbird) จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
2) JR Kansai Wide Area Pass (รวมชินคันเซ็น)
เป็นพาสที่ "ต้องซื้อ" หากคุณมีแผนจะเดินทางออกไปนอกเขตคันไซ เช่น โอคายาม่า, ทตโตริ หรือคิโนซากิออนเซ็น

- สิทธิประโยชน์หลัก: ใช้ที่นั่งระบุเลขของ Sanyo Shinkansen (Shin-Osaka - Okayama) และรถไฟด่วนพิเศษหลักๆ ได้
- ราคา: แบบ 5 วัน 12,000 เยน
- ตารางที่แนะนำ: เพียงแค่เดินทางไป-กลับช่วงที่มีค่าโดยสารแพงเพียง 1 รอบ เช่น อามาโนฮาชิดาเตะ, อิเนะโนะฟุนะยะ หรือคุราชิกิในโอคายาม่า ก็คุ้มทุนทันที
- เคล็ดลับ: สามารถใช้ช่วงเส้นทาง Chizu Express ได้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ทำให้เดินทางไปทางทตโตริได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) JR Kansai Mini Pass
พาสสำหรับนักเดินทางสายประหยัดที่ไม่ต้องการรถไฟด่วนพิเศษ แต่เน้นการใช้รถไฟธรรมดาไปเกียวโต, โกเบ และนาราอย่างคุ้มค่า
- ราคา: แบบ 3 วัน 3,000 เยน (เฉลี่ยวันละ 1,000 เยน)
- ข้อดี: ใช้รถไฟธรรมดาของ JR รวมถึง Kanku Rapid (จากสนามบิน) ได้ไม่จำกัด
- เกณฑ์การตัดสินใจ: หากที่พักของคุณอยู่ใกล้ สถานี JR Osaka (อุเมดะ) พาสนี้จะช่วยประหยัดค่าเดินทางไปเมืองรอบข้างได้ถูกกว่าพาสรถไฟใต้ดินมาก
- ข้อควรระวัง: หากขึ้นรถไฟด่วนพิเศษอย่าง Haruka จะต้องเสียทั้งค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมรถด่วนใหม่ทั้งหมด ดังนั้นต้องใช้เฉพาะรถไฟธรรมดาเท่านั้น
เคล็ดลับการใช้ Ekirinkun
ผู้ถือพาส JR Kansai / Wide Area Pass สามารถใช้บริการ เช่าจักรยานฟรี ได้ที่สถานีหลัก (เช่น เกียวโต, อุเมดะ) เมืองอย่างเกียวโตนั้น การปั่นจักรยานลัดเลาะตามตรอกซอกซอยให้ความสนุกมาก แนะนำให้ลองไปสัมผัสดูนะครับ!

